Header Ads

 


ตำรวจสอบสวนกลาง โดย ปคบ.,ปคม.และ บก.สส.บช.น. จับกุมอดีตแม่ค้าออนไลน์ ผันตัวเจ้าแม่วงแชร์-ออมทอง


 


เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติงาน กรณีจับกุม  น.ส.สุพรรณิการ์ สงวนนามสกุล อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในคดีฉ้อโกงประชาชน (วงแชร์-ออมทอง) 


โดยก่อนหน้านี้ประมาณปี 2558 น.ส.สุพรรณิการ์ฯ ได้เปิดเพจเฟสบุ๊ค Sine Su โดยได้ขายกระเป๋าแบรนด์เนม ประมูลสินค้าต่างๆ ผ่านช่องทางเฟสบุ๊ค และเป็นตัวแทนขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักยี่ห้อ Lyn ยี่ห้อดัง ภายหลังได้มีการชักชวนลูกค้าขาประจำในกลุ่มเฟสบุ๊คให้ไปร่วมลงทุน ลักษณะออมทองและลงทุนระดมเงินในวงแชร์ โดยอ้างว่าได้ผลตอบแทนสูง และได้ชักชวนให้เข้ากลุ่มไลน์ชื่อ “บ้านทรายทอง” สมาชิกกว่า 100 ราย โดยในระยะแรกได้เงินคืนตามที่น.ส.สุพรรณิการ์ฯ ได้แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ จึงทำให้มีคนเชื่อถือจำนวนมาก ประกอบกับโปรไฟลล์ที่น่าเชื่อถือ ทำให้มีผู้เสียหายหลายราย ได้ร่วมลงทุนทั้งวงแชร์และออมทอง โดยมี น.ส.กนกวรรณ สงวนนามสกุล เป็นเลขาคอยดูแลจัดการสำรวจสมาชิกในวงต่อจ่ายเงินจำนวนเท่าใดในแต่ละเดือน ภายหลัง น.ส.สุพรรณิการ์ฯ กับ น.ส.กนกวรรณฯ ได้ปิดเฟสบุ๊ค และเชิดเงินหลบหนีกว่าหลายล้านบาทไป

ภายหลังประมาณปี 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปรามปราม ได้ติดตามจับกุม น.ส.กนกวรรณฯ  นำส่ง สภ.เมืองสมุทรสงคราม โดยจากการซักถามรับสารภาพว่าเป็นเลขาคอยจัดการในวงแชร์ ติดตามการจ่ายในแต่ละเดือนให้แก่สมาชิกในวงแชร์และออมทอง โดยมี น.ส.สุพรรณิการ์ฯ คอยควบคุมดูและเป็นคนคอยชักชวนสมาชิกมาร่วมลงทุน

ต่อมา วันที่ 8 ธ.ค.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และกองบังคับการสืบสวนและสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้สืบทราบและติดตามตัวผู้ต้องหา จนสามารถจับกุมตัว น.ส.สุพรรณิการ์ฯ ได้ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1284/2561 ลง 15 มิถุนายน 2561 ข้อหา “ร่วมกันให้กู้เงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือหลอกลวง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” โดยเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณริมถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสารดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาพบว่าได้ก่อเหตุลักษณะเดียวกันและมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน 9 คดี และยังมีหมายจับในลักษณะเดียวกันที่ยังต้องการตัว อีกจำนวน 5 หมายจับ






ขับเคลื่อนโดย Blogger.