‘2 พส.’ รับนิมนต์เข้าชี้แจง กมธ. ศาสนา กรณีไลฟ์สด ฝากธรรมะ ‘ขออย่าตัดสินแค่การมองโดยลืมไตร่ตรองดูให้จบม้วน’

.


วันนี้ (9 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ และ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต หรือ ‘2 พส.’ (พระสงฆ์) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)

.

ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ‘2 พส.’ ว่า เมื่อคืนนอนหลับหรือไม่ก่อนที่จะต้องเดินทางมาชี้แจงต่อ กมธ. พระมหาไพรวัลย์ กล่าวว่า เข้านอน 2 ทุ่ม ส่วนพระมหาสมปอง เข้านอนเที่ยงคืน เพราะมีไลฟ์รอบดึกพานั่งสมาธิ

.

ผู้สื่อข่าวถามว่าในวันนี้จะมีการชี้แจงต่อ กมธ. อย่างไร พระมหาสมปอง กล่าวว่า แล้วแต่ท่านถามมาว่าประเด็นไหนอย่างไรบ้าง อันไหนเหมาะไม่เหมาะอย่างไร ตรงไหนเกิน ตรงไหนขาด ถ้าขาดก็เติมธรรมะเข้าไป จริงๆ ก็เต็มคาบบินชั่วโมงแรกที่ไลฟ์กับพระมหาไพรวัลย์ เหมือนเป็นคาบแรกที่เราได้เจอเด็กๆ แล้วทักทายว่าไงลูก แต่คาบต่อไปในวันนี้ก็จะเข้าเนื้อหามากขึ้น เด็กๆ ก็จะเริ่มหลับกันแล้ว ในวันนี้ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย เหมือนกับการไลฟ์ทุกครั้งพี่เอาหน้างานเป็นหลัก ก่อนหน้านี้มีคนดุมาว่าเล่นมากเกินไป เราจริงจัง เราสำรวมได้

.

ขณะที่ พระมหาไพรวัลย์ กล่าวว่า ไม่ได้ซีเรียสอะไรทาง กมธ. นิมนต์มา เราก็ยินดีที่จะมา ยินดีตอบทุกคำถามอยู่แล้ว บางทีท่านอาจจะสงสัย ก็เข้าใจท่าน สงสัยอะไรมาก็ตอบหมด

.

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีความกังวลหรือไม่ที่อาจจะผิดต่อพระธรรมวินัยที่ไม่สำรวม พระมหาไพรวัลย์กล่าวว่า ไม่กังวลได้คุยกับหลายๆ ท่านและออกทีวีมาก็เยอะแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้คอขาดบาดตายอะไร จริงๆ เรื่องเสียงหัวเราะไม่น่าเป็นปัญหาระดับชาติ

.

ด้าน พระมหาสมปอง กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะจริงๆ ผู้หลักผู้ใหญ่ท่านก็เป็นห่วง โดย กมธ. ศาสนา ท่านมีหน้าที่อุปถัมภ์ คุ้มครองพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว ท่านก็คงจะคุ้มครองและดูแลเรา

.

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันว่าจะไลฟ์สดต่อไปหรือไม่ พระมหาสมปอ  กล่าวว่า เราจะไลฟ์อย่างเรียบร้อยขึ้น ด้าน พระมหาไพรวัลย์ กล่าวว่า ไม่ถึงกับไลฟ์เหมือนเดิมก็จะปรับให้ดีขึ้น 

.

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังคงมั่นใจว่าการไลฟ์สดในลักษณะดังกล่าวจะทำให้เด็กฟังธรรมะขึ้นหรือไม่ พระมหาไพรวัลย์ กล่าวว่า เมื่อวานมีคนส่งรูปมาให้ดูบอกว่าลูกของเขาไม่เคยนั่งสมาธิ ไม่เคยแผ่เมตตาเลย พอมาดูไลฟ์สดก็ได้มานั่งสมาธิและได้มาแผ่เมตตา ขณะที่ พระมหาสมปอง กล่าวว่า เชื่อมือเราเถอะ อาตมาบรรยายธรรมมา 20 ปีตั้งแต่ยังไม่ออกทีวี เราจะเก็บผู้ฟังอย่างไร ให้อะไรตอนไหน เรามีจังหวะนั้นอยู่แน่นอน แต่การไลฟ์สดครั้งนั้นเหมือนที่บอกว่ามันเป็นคาบแรกที่เจอกัน เราก็ยังงงๆ กับเด็กนักเรียนอยู่ ก็อาจจะมี ผอ. (ผู้อำนวยการ) มาดุว่า 2 คนนี้สอนอะไรกัน เสียงดังไปห้องข้างๆ ก็ประมาณนี้ แล้วท่านก็บอกว่าควรจะสอนอย่างนี้ จะได้เหมาะสม อาตมามองตรงนั้นมากกว่า

.

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้นอกจากหน่วยงานของสภาแล้ว จะมีหน่วยงานใดเข้ามาตรวจสอบหรือพูดคุยกันอีกหรือไม่ พระมหาไพรวัลย์ กล่าวว่า ไม่ต้องตรวจแล้ว เพราะมาวันนี้ครบแล้ว ที่ตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมาด้วยก็จะได้พูดคุยกันในวันนี้เลย 

.

พร้อมระบุว่า สามารถชี้แจงในเวทีต่างๆ ได้อีก ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องชี้แจงเฉพาะ กมธ. เท่านั้น ก็คงไปหมด ใครอยากให้ชี้แจงอะไรก็บอก 

.

ด้าน พระมหาสมปอง กล่าวว่า อาตมาก็อยากจะถามด้วยซ้ำ อย่างที่มีคำว่า กมธ. ศาสนาอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาอย่างนี้ เราทำงานมาก็ไม่ค่อยมีใครอุปถัมภ์ ไปบรรยายที่ต่างๆ มีแต่ที่โรงเรียนดูแลเรา อะไรต่างๆ ที่ดูแลเรา ต่อไปพระเณรรุ่นใหม่ที่จะขึ้นมาบรรยายธรรมอาจจะไม่ใช่สไตล์เรา กมธ. จะอุปถัมภ์ท่านอย่างไร หรือถ้ามีใครมาด่ามาว่าท่านจะคุ้มครองเราอย่างไร ท่านจะคุ้มครองหรือทำร้ายเรา 

.

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมามีกิจนิมนต์เพิ่มขึ้นหรือไม่ และรับงานอย่างไร พระมหาไพรวัลย์ กล่าวว่า มีลูกศิษย์วัดคอยช่วยงานอยู่ ขณะที่ พระมหาสมปอง กล่าวว่า เรื่องนี้อาตมาต้องขิงท่านพระมหาไพรวัลย์ ที่ก่อนหน้านี้ท่านเคยถามว่าไม่ต้องมีเลขารับงาน พอท่านมาเจอเองจะได้รู้ว่ารับโทรศัพท์วันละร้อยสายเป็นอย่างไร

.

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวให้ ‘2 พส.’ แสดงธรรมะก่อนเข้าพบ กมธ. โดย พระมหาสมปอง ได้เทศนาว่า จงลืมเสียเถิดความหลัง แล้วสร้างปัจจุบันเพื่ออนาคต บางท่านก็ไปยึดติดกับความหลัง รื้อฟื้นอะไรต่างๆ มา อย่าลืมให้กับความหลังแล้วสร้างปัจจุบันเพื่ออนาคตที่ดี

.

“อย่างไรเราก็เน้นเผยแพร่พระพุทธศาสนา เหมือนจะมาพรีเซนต์ที่หน้าห้องแล้วอาจารย์บอกว่ายังไม่ดีต้องแก้ไขอันนี้มากไป อันนี้น้อยไปเราก็เป็นพระเด็กที่พร้อมพัฒนา”

.

เมื่อผู้สื่อข่าวขอให้ฝากธรรมะการเมืองถึง ส.ส. และ ส.ว. พระมหาสมปอง กล่าวว่า เมื่อเราอยากเป็น เราก็อยากทำงานด้วย เช่น อาตมาอยากไลฟ์ เราก็อยากจะให้ธรรมะอยากสอนคนด้วย ฉะนั้นเมื่อท่านมา ท่านดูแลประชาชนก็สมกับที่ท่านอยากเป็น 

 . 

อย่างไรก็ตาม พระมหาสมปอง ได้ฝากทิ้งท้ายว่า ธรรมชาติของตาอยู่ต่ำกว่าสมอง อย่าตัดสินแค่การมองโดยลืมไตร่ตรองด้วยการใช้สมองที่สูงโปร่ง เวลาเห็นอะไรให้ตัดสินใจดีๆ ก่อน เช่นเรื่องของเราสองคน ที่เมื่อเห็นแล้วก็มาต่อว่าทันที แต่ขอให้ดูหนังให้จบม้วนแล้วค่อยตัดสิน  

.

พระมหาไพรวัลย์ กล่าวเสริมว่า ไม่มีทางที่จะไลฟ์ให้ทุกคนพอใจได้ ก่อนทิ้งท้ายด้วยว่า ถูกต้องทั้งหมด ไม่มี ไม่ถูกต้องทั้งหมดก็ไม่มี ชั่งใจเอา จะทำให้ถูกใจทุกคนมันยาก อย่าว่าแต่หลักแสน คนดูหลักสิบยังตีกันเลย จึงเป็นเรื่องปกติ 

.

หลังให้สัมภาษณ์ที่จุดแถลงข่าวของสภา พระมหาสมปอง และ พระมหาไพรวัลย์ ได้ขึ้นไปชี้แจงต่อ กมธ. ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มไม่มีความกังวลใดๆ






ขับเคลื่อนโดย Blogger.