Header Ads




 นนทบุรี คืบหน้า เหยื่อเสี่ยมีนคนดัง ออกมาแฉพฤติกรรม ล่าสุดลวง อจ.สาวเข้าโรงแรมเกือบเสียตัวก่อนโดนฉกทรัพย์สิน

  


   เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม 64 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่บ้านบุราสิริ เลขที่ 35/218  ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี  หลังเจ้าของบ้านร้องทุกข์ เพราะถูกเสี่ยมีน หรือนายธนบดี นายธนานนท์ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นนายธนาธร จิตตา อายุ 25 ปี หลอกลวง อ้างเป็นลูกชาย เจ้าของผับดัง "ลิสซึ่ม" ย่านประชาชื่น แล้วบอกผู้เสียหายว่าตัวเองเป็นเสี่ยเต้นท์รถ มีธุรกิจ หลายอย่าง จนหญิงสาวเจ้าทุกข์หลายรายตกเป็นเหยื่อ เสียทั้งเงินเสียทั้งตัว เนื่องจากเสี่ยมีน เป็นหนุ่มรูปหล่อ หน้าตาดี จึงทำให้เจ้าทุกข์หลายรายหลงเชื่อ

  นายศุภพงศ์ หรือคิม คำเพ็ง

อายุ 26 ปี เจ้าของบ้าน ที่เสี่ยมีน มาหลอกขอเช่า เปิดเผยว่า  เมื่อเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ที่ผ่านมา เสี่ยมีนได้มาเช่าบ้านตนเองในหมู่บ้านบุราสิริ จากนั้นได้หลอกลวงขอยืมสมุดบัญชีตน โดยอ้างว่าจะมีลูกค้าโอนเงินเกี่ยวกับรถยนต์ และ แมส ตนหลงเชื่อไว้ใจ และก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่านาย ธนาธร คือเสี่ยมีน คนดังในอดีตที่ตกเป็นข่าวเกรียวกราวเนื่องจากเขามีรูปร่างที่ผอมลง และมาทราบว่าเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำหลังต้องโทษ 2 ปี โดยเสี่ยมีน ระหว่างที่เช่าบ้านตน 3 เดือนได้พาหญิงสาวมากหน้าหลายตาเข้าออก เป็นว่าเล่น หลังจากนั้นตนมาทราบว่าสมุดบัญชีของตนเองถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจอายัดเพราะไปให้เสียมีนยืมซึ่งเขาอ้างว่าจะมีลูกค้าโอนเงินมาให้ตนเองไว้ใจและไม่คิดว่าจะูกหลอกจนมีผู้เสียหายอีกนับสิบรายที่เป็นหญิงสาวติดต่อมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ว่าถูกเสี่ยมีนหลอกลวง ในลักษณะเดียวกันบางรายหลงเชื่อถึงขนาดเสียทั้งเงินเสียทั้งตัวให้เสียมีน มาแล้วซึ่งเรื่องดังกล่าวตนเอง ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐานแล้ว ตนอยากฝากเตือนหญิงสาวและทุกคน อย่าได้หลงเชื่อ นายธนาธรหรือเสี่ยมีน เพราะ ทราบว่าขณะนี้เขาก่อเหตุ จนมีเจ้าทุกข์จำนวนมากติดต่อมาที่ตนเองได้ให้เบอร์ติดต่อไว้กับตนเป็นหลักฐานพร้อมให้รายละเอียด สำหรับเสี่ยมีน หลังได้เงินมาแล้วก็จะนำเงินไปเล่นการพนันออนไลน์ แต่ละครั้งสูญเงินนับล้านบาท โดยอวดอ้างว่าตัวเองมีเงินมีทองมากมายจนเหยื่อหลงเชื่อ ตนจะนำหลักฐานทั้งหมดที่มีมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามตัวเสี่ยมีนภัยสังคมรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

   ล่าสุดความคืบหน้าในเรื่องนี้ทางผู้เสียหายหลายรายได้เดินทางมาพบคุณคิมเจ้าของบ้านที่ถูกเสี่ยมีนใช้อุบายหลอกเอาเงินในลักษณะเดียวกัน โดยกลุ่มผู้เสียหายได้ทยอยมาปรึกษาหารือในการแจ้งความดำเนินคดีกับนายธนาธร หรือเสี่ยมีน  ซึ่งมีการแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้หลายโรงพักแล้ว ขณะที่เสี่ยมีนเองเมิ่อวันที่ 19 ส.ค.64 ได้ก่อเหตุล่อลวงอาจารย์สาวรายหนึ่งในจังหวัดราชบุรีเข้าโรงแรมจนเกือบเสียท่า แต่อาจารย์สาวไหวตัวทันจึงถูกเสี่ยมีนคว้ากระเป๋าภายมนมีเงินสด บัตรเครดิต เอกสารสำคัญ หลบหนีไป ซึ่งเจ้าทุกข์รายนี้ก็ได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังเกิดเกตุแล้ว

  น.ส.เอ (ใส่หมวก ขอเบลอหน้า) กล่าวว่า  ตนเองถูกเสี่ยมีนใช้อุบายหลอกโอนเงินผ่านสมุดบัญชีในลักษณะเดียวกันกับเจ้าของบ้านที่เสี่ยมีนมาเช่า  ทำให้ได้รับความเสียหายจึงได้มาปรึกษานายคิมเจ้าของบ้านที่เสี่ยมีนมาเช่าเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

   ขณะเดียวกันเหยื่อที่ถูกเสี่ยมีนหลอกเอาเงินได้ต่อสายโทรศัพท์ให้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ น.ส.นิด ขอสงวนชื่อ นามสกุล  โดยนางสาวนิดเล่าว่าถูกเสี่ยมีนที่รู้จักขอยืมสมุดบัญชีโดยอ้างว่าจะมีเงินโอนเข้ามา 200,000 บาท เป็นค่าซื้อขายสินค้าที่เสี่ยมีนขอให้ลูกค้าโอนมา ตนเองหลวเชื่อไว้ใจ เมื่อมีเงินโอนเข้ามาแล้ว ตนเองจึงเบิกเงินไปให้เสี่ยมีนที่ผับดังย่านประชาชื่นที่เขาอ้างว่าเป็นหุ้นส่วน  หลังจากนั้นไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่บ้านสอบถามเรื่องราวและบอกให้ตนทราบว่าเงินสองแสนที่โอนผ่านบัญชีตนเองตอนนี้ผู้เสียหายแจ้งความไว้ให้ตนไปเคลียร์มิเช่นนั้นจะถูกดำเนินคดี ตนจึงรู้ว่าถูกเสี่ยมีนหลอกยืมสมุดบัญชีเป็นทางผ่านโดยเสี่ยมีนได้ไปหลอกลวงขายสินค้าให้ผู้อื่นแล้วให้โอนเงินผ่านบัญชีเหยื่อที่ถูกเขาหลอกก่อนจะเอาเงินไปส่วนสินค้าไม่มีให้คนซื้อ ผู้เสียหายทั้งหมดจึงถูกสั่งอายัดบัญชี บางรายกินไม่ได้นอนไม่หลับจนต้องหลบออกจากบ้านไปอาศัยที่อื่นเกรงจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวมาสอบสวน ซึ่งมีอยู่รายหนึ่งเป็นเจ้าของบริษัทลิลซิ่ง ในจังหวัดชลบุรี ถูกเสี่ยมีนหลอกขายรถหรูราคากว่าหนึ่งล้านหนึ่งแสนบาท แต่สุดท้ายไม่ได้รถตามที่อ้างสูญเงินให้กัยเสี่ยมีน ซึ่งทางผู้เสียหายเองก็แจ้งความกัยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับนายธนาธร หรือเสี่ยมีนรายนี้แล้ว


ภาพ/ข่าว  ฉัตรมงคล สิงห์โต





ขับเคลื่อนโดย Blogger.