ชลบุรี - เศร้า!! ตา-ยายอาชีพตัดผมต้องปิดร้าน ไม่มีรายได้ ดิ้นฝ่าวิกฤติ กินข้าวต้มผสมน้ำตาลประทังชีวิต


เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 นายขวัญเลิศ พานิชมาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต 5 (อำเภอศรีราชา) จังหวัดชลบุรี ได้รับข่าวสารจากโลกโซเชียลว่า มีตากับยายอายุมาก เปิดร้านตัดผมชายอยู่ในห้องเช่า บริเวณถนนภายในซอยวัดจีนตัดออกถนนสายหนองยายบู่ หมู่ 7 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบโควิด 19 มีการประกาศเคอร์ฟิวให้ร้านตัดผมต้องปิดให้บริการชั่วคราว ทำให้ไม่มีรายได้ ต้องกินข้าวต้มคลุกน้ำตาลทราย เพราะไม่เงินซื้ออาหารมารับประทาน 

หลังจากมีการนำเรื่องราวมาเผยแพร่ทางโลกโซเชียล นายขวัญเลิศ พานิชมาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต 5 (อำเภอศรีราชา)  จึงเดินทางไปพร้อมนำถุงยังชีพที่บรรจุเครื่องอุปโภค-บริโภค ไปให้พร้อมคุยสอบถามถึงความเป็นอยู่ทราบชื่อคือ นายประเสริฐ เมืองราช อายุ80 ปี เป็นเจ้าของร้านตัดผม อาศัยอยู่กับ นางสุทัศน์ ใจคำ อายุ 62 ปีภรรยา เพียงลำพังกันสองคน โดยเช่าห้องขนาด 4 คูณ 4 เมตร โดยแบ่งครึ่งเปิดเป็นร้านตัดผมชายภายในห้องเช่าไว้หารายได้ประทังชีวิตส่วนอีกครึ่งห้องเป็นที่นอนของทั้งสองคน ส่วนด้านหลังเป็นห้องน้ำและห้องครัวเล็ก ๆ ไว้ใช้เป็นห้องครัวประกอบอาหารเพียงเท่านั้น

โดยนายประเสริฐ เมืองราช ได้เปิดเผยให้ฟังว่า ตามที่ได้มีคนนำเรื่องราวไปลงในโลกโซเชียลนั้น เป็นความจริง โดยตนเองกับภรรยาได้รับผลกระทบจากการประกาศเคอร์ฟิวของทางภาครัฐ ทำให้ต้องปิดร้านตัดผมซึ่งเป็นอาชีพเดียวที่ตนเองและภรรยาจะมีรายได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แต่ก็ต้องจำยอมที่จะปิดเพราะกลัวจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม หากจะต้องไปเสียค่าปรับและต้องติดคุก ตนเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เงินก็ไม่มีจ่าย และถ้าตนเองต้องติดคุกไป ภรรยาที่อายุมากแล้วจะอยู่อย่างไรจึงตัดสินใจปิดร้านตัดผมตามคำสั่งของภาครัฐ หลังจากไม่มีรายได้ เงินก็หมดไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดตนเองต้องหุงข้าวผสมน้ำร้อนให้เป็นข้าวต้ม แล้วใส่น้ำตาลที่เจ้าของหอพักเอามาให้ ใส่ไปในข้าวต้มเพื่อให้มีรสชาติ โดยตนเองและภรรยากินข้าวคลุกน้ำทราย 3 วันแล้ว ซึ่งทำให้ตนเองท้องเสียจึงหยุดกิน และเปลี่ยนเป็นผสมเกลือกิน จนกระทั่งมีคนทราบเรื่องจึงได้นำอาหารมาให้กินประทังชีวิต ส่วนเจ้าของหอพักก็ไม่เก็บค่าเช่าห้องและนำอาหารมาให้กินบ้าง จนกระทั่งวันนี้ ส.ส.ขวัญเลิศ พานิชมาทที่ทราบข่าวทางโลกโซเชียล นำข้าวสารอาหารแห้งมามอบให้ และให้เบอร์ติดต่อไว้ หากข้าวสารอาหารแห้งหมด หรือต้องการความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ให้ติดต่อไปได้โดยตลอด แต่สิ่งที่อยากได้คือ อยากวอนรัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาเหมือนครั้งที่ผ่านมาที่ได้คนละ 5,000 บาทหรือไม่ต้องถึงก็ได้ ขอให้คนที่ยากจน ไม่มีรายได้จริง ๆ เอาไว้ใช้จ่าย หรือเพียงมีเงินซื้อกับข้าวกินในแต่ละวันเพียงเท่านั้นก็พอ





ภาพ/ข่าว ยืนยงค์ ยินดีทรง

ขับเคลื่อนโดย Blogger.