ราชบุรี - แห่อาลัย "นายอดิศร"หนุ่มมูลนิธิฯถูกงูจงอาจกัดเสียชีวิต



 แห่อาลัย "นายอดิศร" หนุ่มมูลนิธิฯถูกงูจงอาจกัด แต่ทางรพ.พื้นที่กับไม่มีเซรุ่ม จนต้องนำตัวส่งรักษารพ.อื่น จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต


 เมื่อวันที่ 9 ก.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติพี่น้อง พร้อม จนท.อาสาสมัครของมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ราชบุรี กว่า 100 คน ได้ช่วยกันนำร่างของ นายภาสกร เปรมปัญญา หรือ เอ อายุ 47 ปี หัวหน้าอาสากู้ภัยของมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ราชบุรี ประจำจุดบ้านคา-สวนผึ้ง ใช้นามเรียกขาน 702 กลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 10 ต.บ้านคา อ.บ้านคา จ.ราชบุรี หลังนายภาสกร ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ให้การช่วยเหลือประชาชนจับงูจงอาง แต่กลับถูกงูกัด เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา และได้นำตัวเข้ารักษาที่ รพ.บ้านคา แต่กับเซรุ่ม จึงต้องย้ายมารักษาที่ รพ.ราชบุรี จนมาเสียชีวิตในวันที่ 8 ก.ค.


 นายวินัย ลิ้มสุวรรณ อาสากู้ภัยของมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ราชบุรี กล่าวว่า เมื่อวัน 7 ก.ค.ประมาณ 4 เย็นโมง พี่เอ และตนรับแจ้งจากจนท.ตำรวจ ให้นำทีมงาน 5 คน ไปจับงูซึ่งแอบซ่อนอยู่ใต้กระโปร่งรถ จนมาทราบว่าเป็นงูจงอาง และสามารถจับได้เรียบร้อย แต่ตอนจะนำใส่กระสอบเขี้ยวงูมันติดอยู่ที่กระสอบ พี่เอ จึงใช้ไม้คีบหนีบไว้ที่คองู พอเขาปล่อยที่คีบเพื่อที่จะได้ปล่อยงูให้อยู่ในกระสอบ ช่วงจังหวะนั้นงูสะบัดหลุดจึงมาแว้งกัดเขาเข้าที่มือ ซึ่งงูจงอาง ยาวประมาณ 3 เมตร  และดุร้ายมาก 


 นายวินัย กล่าวต่อว่า พอหลังเกิดเหตุได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วนำตัวเขาส่งรพ.บ้านคา แต่ประสานงานไปทางรพ.แล้ว แต่รถทางรพ.ติดส่งต่อผู้ป่วยทั้ง 2 คัน  จึงไม่สามารถมารับตัวเขาได้ ทางทีมงานจึงรีบนำตัวเขาส่งไปที่รพ.บ้านคาเอง ซึ่งก่อนนำตัวเขาส่งรพ. ได้ประสานงานและแจ้งไปแล้วว่า ถูกงูจงอางกัด พอถึงรพ.ทางหมอได้ใส่ทิ้วและเปิดเส้นเอ็กซเรย์ แต่มาบอกทางทีมงานที่มาส่งว่า "ไม่มีเซรุ่ม" แล้วนำส่งต่อรพ.ราชบุรี ซึ่งตนงงว่า ทั้งที่พื้นที่ตรงนั้นมีงูจงอางเยอะ เพราะจนท.ได้รับการร้องขอประสานช่วยเหลือจับงูมีพิษ อย่างน้อยวันละ 3-4 ตัวเป็นอย่างต่ำ แต่ทางรพ.บ้านคา กลับไม่มีเซรุ่ม


 นายวินัย กล่าวอีกว่า อุปนิสัยของพี่เอ เป็นคนที่ให้การช่วยเหลือประชาชนทุกเคส จะไปช่วยเหลือหมด เป็นบุคคลที่ชาวบ้านรักใคร่ทั้งสองอำเภอ และเป็นที่รักใคร่ของคนในมูลนิธิฯ พี่เขาจากไปทุกคนในมูลนิธิฯก็เสียใจเป็นอย่างมาก อยากให้รพ.บ้านคา มีเซรุ่มเตรียมพร้อมไว้ เพราะพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่มีงูเยอะมาก เมื่อเกิดเหตุจะได้ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้ทันท่วงที และตนขอฝากเคสนี้เป็นเคสตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรพ.หรือการประสานงานอะไรต่างๆ ขอให้การจากไปของพี่เขาเป็นเคสตัวอย่าง ที่ทุกหน่วยงานต้องนำไปแก้ไขปรับปรุงในอนาคตในวันข้างหน้า เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก


 ขณะที่ น.ส.ณัฐฐา ฉายแสง ภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เธอเสียใจที่สามี ซึ่งเป็นคนดีๆ ชอบช่วยเหหลือคนและสังคม ได้มาจากไปเร็วเกิน สามีเป็นคนที่ทุ่มเทกับการทำงานทำอย่างเต็มที่ เธอไม่คิดว่าคนที่ช่วยเหลือสังคม ช่วยคน ต้องมาเจออะไรแบบนี้ แต่เธอก็ภูมิใจในตัวสามี ที่สร้างความดีให้กับครอบครัว ช่วยเหลือคนหลายๆคน อยากให้รพ.ในพื้นที่มีการเตรียมความพร้อมเรื่องของเซรุ่ม ซึ่งระยะทางจากรพ.ที่เกิดเหตุกับรพ.ราชบุรี มันอยู่ไกลกันมาก ในการเดินทางมันอาจจะทำให้คนไข้เกิดความเสี่ยงได้ในกรณีที่เจอพิษงูที่มันรุนแรง อยากให้มีเตรียมไว้ และเธออยากบอกถึงสามีว่า "ภูมิใจในตัวเขา ชาวบ้านทั้งหมดชื่นชมการทำงาน และเสียใจที่เขาจากไปกะทันหันแบบนี้"

 ด้านนายฐิติ นิลอ่อน หัวหน้ามูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ราชบุรี กล่าวว่า  ผู้ตายดูแลในพื้นที่สองอำเภอ อ.บ้านคา อ.สวนผึ้ง ค่อยช่วยเหลือชาวบ้านทุกคนทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการจับงูนั้นจับทุกวัน ซึ่งจริงแล้วผู้ตายเป็นคนไม่ประมาทในเรื่องจับงู และมักจะสอนน้องๆในทีมให้ระวังอยู่เสมอ แต่เนื่องจากงูจงอางตัวนี้ มีความดุร้ายมาก พอจับได้แล้วนำใส่ถุงมันก็ตวัดตัวกัดมือของผู้เสียชีวิตทันที ซึ่งตรงกับบริเวณเส้นเลือดใหญ่พอดี เมื่อหลังโดนกัดทางรพ.บ้านคากับไม่มีเซรุ่มอีก และต้องย้ายผู้เสียชีวิตมารักษาที่รพ.เมืองราชบุรี ทำให้ใช้เวลามากเกินไป จึงทำให้ผู้เสียดังกล่าว ซึ่งตนในนามของมูลนิธิฯ รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ที่ต้องสูญเสียคนดีๆ ที่มีแต่ความเสียสละไป


////////////////////////////////////////////////


สุจินต์ นฤภัย(เต้) จ.ราชบุรี







ขับเคลื่อนโดย Blogger.