ชลประทานทุ่ม350ล้านสร้างประตูระบายน้ำท่าแหในแม่น้ำยมนาข้าว 8 หมื่นไร่รับประโยชน์



 

 วันที่ 18 พ.ค. 2564 นายเสกโสม  เสริมศรี  ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 3 กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  มอบหมายให้  นาย พิรัฐภัช  พานทอง   หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม , นายธนาธิป  แก้วมณี   หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างที่ 1 , นายณัฐวุฒิ เภสัชเวชกิจ  หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างที่ 3 พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เพื่อดูความก้าวหน้าของโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำท่าแห ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ที่มีวัตถุประสงค์การก่อสร้าง เพื่อประโยชน์ของเกษตรกรลุ่มน้ำยมที่ดำเนินการก่อสร้าง  โดยสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 3 กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ใช้งบประมาณ 350,000,000 บาท  ที่ขณะนี้การก่อสร้างได้คืบหน้าไปแล้วกว่า 50.88% 


ทั้งนี้สืบเนื่องจากปัญหาลุ่มน้ำยมในเขตพื้นที่ตำบลกำแพงดินและพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ของ ต.บางระกำ  ต.ปลักแรด  ต.วังอิทก  ต.พันเสา ต.บ่อทอง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก และรวมถึง ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม จ.พิจิตร  รวม 7 ตำบล 2 อำเภอ 2 จังหวัด คือพิจิตร-พิษณุโลก นาข้าวในพื้นที่ลุ่มน้ำยมดังกล่าวเมื่อถึงฤดูแล้งแม่น้ำยมไม่สามารถกักเก็บน้ำ ไว้เพื่อทำการเกษตรได้ ทำให้เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร


ซึ่งจากากรลงพื้นที่พบว่าขณะนี้กรมชลประทานได้ลงมือดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำท่าแหแล้ว มีความคืบหน้าการก่อสร้าง 50.88% โดยคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2566 ซึ่งเมื่อสร้างแล้วเสร็จประตูระบายน้ำท่าแห แห่งนี้จะสามารถกักเก็บน้ำไว้ในแม่น้ำยมได้ประมาณ 12.60 ล้านลูกบาศก์เมตร (สิบสองล้านหกแสนลูกบาศก์เมตร) ระยะกักเก็บน้ำ 29.33 กิโลเมตร พื้นที่รับประโยชน์ครอบคลุม 7 ตำบล 2 อำเภอ 2จังหวัด ดังกล่าว โดยจะ ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 81,111 ไร่ ที่จะได้รับประโยชน์จากาการมีประตูระบายน้ำท่าแหดังกล่าว ซึ่งทั้งหมดนี้คือความพยายามและความตั้งใจจริงของรัฐบาลและกรมชลประทานที่ทำ เพื่อพี่น้องเกษตรกรชาวลุ่มน้ำยมอย่างแท้จริง



สิทธิพจน์   พิจิตร








ขับเคลื่อนโดย Blogger.