ชลบุรี - ท่าเรือแหลมฉบัง ประชุมเตรียมจัดตั้ง “มูลนิธิชุมชน-ท่าเรือร่วมใจ”

          ที่ศูนย์สวัสดิการท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  เรือเอกกานต์ เมนะรุจิ รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบังเป็นประธานการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นชุมชนรอบท่าเรือแหลมฉบัง เกี่ยวกับ ร่างข้อบังคับ /ระเบียบ ในการจัดตั้งมูลนิธิชุมชน - ท่าเรือร่วมใจ เพื่อตั้งกองทุนสนับสนุนการพัฒนาชุมชนรอบท่าเรือแหลมฉบัง และกองทุนเยียวยาความเสียหายจากการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง โดยมีนางสิริมา  กีรตยาคม ผู้อำนวยการสำนักบริหารงาน สนับสนุน ท่าเรือแหลมฉบัง นางพรทิพา ทวีนุช ผู้อำนวยการ กองบริหารงานทั่วไป และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้แทนชุมชนเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้

          นางสิริมา กีรตยาคม ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานสนับสนุน ท่าเรือแหลมฉบัง เผยว่า การจัดตั้งมูลนิธิชุมชน-ท่าเรือร่วมใจ นั้นเกิดขึ้นเนื่องจากท่าเรือแหลมฉบัง มีโครงการพัฒนาท่าเรือระยะที่ 3 โดยจะต้องมีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EHIA และในแผน EHIA นั้น กำหนดไว้ว่า ต้องมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนพัฒนาชุมชนรอบเขตท่าเรือแหลมฉบัง จำนวน 39 ชุมชน และกองทุนเยียวยาความเสียหายจากการก่อสร้างโครงการท่าเรือแหลมฉบัง

          สำหรับกองทุนทั้ง 2 กองทุนนั้น จะอยู่ภายใต้มูลนิธิชุมชน-ท่าเรือร่วมใจ โดยกองทุนดังกล่าว จะมีความแตกต่างกัน ซึ่งกองทุนชดเชยความเสียหายจากการก่อสร้างโครงการท่าเรือระยะที่ 3 โดยจะเป็นในลักษณะ ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากผู้รับเหมา 0.25 % ของวงเงินค่าจ้างเข้ามาในกองทุน เพื่อให้กรรมการกองทุนบริหารจัดการ นอกจากนั้นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง ก็มีสิทธิมายื่นเรียกร้องความเสียหายจากกองทุนนี้

          สำหรับในส่วนของกองทุนพัฒนาชุมชนเป็นกองทุนที่มีลักษณะคล้ายๆ กองทุนโรงไฟฟ้า ซึ่งจะมีการบริหารกองทุนโดยภาคประชาชน หน่วยงานราชการ และท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งมี เรือเอกกานต์ เมนะรุจิ รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เป็นประธานกองทุน จึงมี 3 ภาคส่วนที่จะเข้ามาร่วมบริหารกองทุนฯ

        นางสิริมา กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับเงินในกองทุนดังกล่าว ทางท่าเรือแหลมฉบังจะสนับสนุนงบประมาณ ปีละ 7,800,000 บาท โดยทางกรรมการบริหารกองทุน จะเป็นผู้บริหารจัดการงบประมาณดังกล่าวในแต่ละปี ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วโดยนำเสนอผ่านฝ่ายบริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทยไปแล้ว และเตรียมเสนอบอร์ดอนุมัติมอบอำนาจให้ รองผู้อำนวยการ ท่าเรือแหลมฉบังไปขอจัดตั้งมูลนิธิ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

          จากนั้นจะยื่นเอกสารทั้งหมดให้กับอำเภอศรีราชา พร้อมทั้งเสนอถึงจังหวัดชลบุรี โดยจังหวัด จะเข้ามาตรวจสถานที่ตั้ง ร่างระเบียบมูลนิธิฯ และกองทุน การบริหารจัดการ เมื่อผ่านขั้นตอนต่างๆ เป็นที่เรียบร้อย เงินงบประมาณจากส่วนต่างๆ จะเข้ามาในแต่ละกองทุนทันที ซึ่งหากการจัดตั้งมูลนิธิฯเรียบร้อย จะมีประโยชน์ต่อชุมชนโดยรอบท่าเรือฯอย่างมาก โดยที่ผ่านมาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ อาจจะได้รับการเยียวยาล่าช้า เนื่องจากต้องผ่านหลายขั้นตอน แต่หลังจากนี้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบสามารถมาขอรับการเยียวยาได้ที่มูลนิธิฯนี้ได้เลย ซึ่งในเวทีวันนี้ทุกคนยกมือเห็นชอบร่างฯ ดังกล่าว









ขับเคลื่อนโดย Blogger.