ผู้ว่าฯพิจิตรประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยโรงงานพลุระเบิดร่างผู้เสียชีวิตถูกฉีกเป็นชิ้นๆกระจายทั่วเริ่มส่งกลิ่นเหม็น


จากเหตุโรงงานทำพลุไล่นกตั้งอยู่กลางหมู่บ้านเกิดเหตุระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ส่งผลบ้านพังนับสิบหลังคาเรือน แรงระเบิดทำลายล้าง 5 ชีวิต ร่างแหลกกระจายไม่มีชิ้นดี ชิ้นเนื้ออวัยวะกระเด็นไกลนับร้อยเมตรไปติดค้างอยู่บนยอดไม้ อยู่บนหลังคาบ้าน เริ่มเน่า ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วหมู่บ้าน ผู้ว่าฯประกาศให้พื้นที่หมู่บ้านที่ตั้งโรงงานทำพลุเป็นพื้นที่ประสบภัยสาธารณะเพื่อให้ส่วนราชการสามารถใช้เงินตามระเบียบราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน ที่บ้านพัง 22 หลัง เสียหายทั้งหลัง 4 หลัง

วันที่ 6 ก.พ. 2564 ความคืบหน้าจากกกรณีโรงงานทำพลุไล่นกเกิดเหตุระเบิดที่ ตำบลหนองหญ้าไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ล่าสุด นายรังสรรค์  ตันเจริญ  ผู้ว่าฯราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย นางสาวปิยะฉัตร ไพชนม์ นายอำเภอสากเหล็ก และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอีกครั้ง โดย ผู้ว่าฯพิจิตร กล่าว สรุปมีผู้เสียชีวิต 5 ราย 

โดยลำดับเหตุการณ์แรกในวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ มีผู้เสียชีวิตทันที 4 ราย ซึ่งเกิดจากแรงระเบิดของวัตถุอันตรายที่ใช้ทำพลุไล่นก ร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย ถูกแรงระเบิดฉีกร่างเป็นชิ้นๆ กระเด็นกระจายไปคนละทิศละทางห่างจากจุดเกิดเหตุไกลนับร้อยเมตร เศษชิ้นเนื้อของร่างกายปลิวลอยไปติดอยู่บนยอดไม้ ไปติดอยู่บนหลังคาบ้านที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียง ซึ่งหน่วยกู้ภัยได้พยายามช่วยกันรวบรวมเศษชิ้นเนื้อของผู้เสียชีวิตเพื่อให้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานนำไปพิสูจน์อัตลักษณ์ ว่า ชิ้นเนื้อต่างๆเป็นของใครกันบ้าง แต่ก็พยายามเก็บชิ้นเนื้อให้ได้มากที่สุด แต่วันนี้พอลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ ผู้ใหญ่บ้านก็รายงาน ว่า ชิ้นเนื้อของผู้ตายไม่สามารถเก็บได้หมด ยังคงมีหลงเหลือที่ปลิวไปติดอยู่บนยอดไม้ ไปติดอยู่บนหลังคาบ้าน เริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นคละคลุ้งไปทั่วหมู่บ้านแล้ว เกรงว่าจะเป็นพาหะของเชื้อโรค

ในส่วนของผู้เสียชีวิต รายที่ 5 คือ เด็กชายอธิวัฒน์ พวงมาลา ซึ่งอยู่ข้างเคียงกับบ้านที่เกิดเหตุ ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เป็นผู้เสียชีวิตรายเดียวที่อวัยวะและร่างกายอยู่ครบแต่ได้รับบาดแผลจากเศษวัสดุของบ้านเรือนที่โดนแรงระเบิดไปโดนศรีษะจึงได้เสียชีวิตดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังคาดว่า น่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมแต่ขณะนี้ยังแทงบัญชีว่าเป็นผู้สูญหายสาปสูญ นั่นคือ นางจำเนียน พรมวิเศษ อายุ 82 ปี ซึ่งเป็นแม่ของเจ้าของโรงงานพลุ ซึ่งหาตัวไม่เจอ แต่ในที่เกิดเหตุพบเข็มขัดที่ใช้รัดผ้านุ่งขาดเป็นชิ้นๆ ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งจะได้สืบสวนต่อไป

ในส่วนของ นายประเสริฐ  พรมชาติ  ซึ่งเป็นผู้ประกอบการทำพลุไล่นกขายโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะโรงงานเกิดระเบิดไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุและหลบหนีไป ล่าสุดขณะนี้ติดต่อมายังผู้นำชุมชนแล้วว่าจะขอเข้ามอบตัว

สำหรับแนวทางช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานพลุไล่นกระเบิดในครั้งนี้ นายรังสรรค์  ตันเจริญ  ผู้ว่าฯราชการจังหวัดพิจิตร มอบหมายให้ นายพยนต์  อัศวพิชยนต์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร/ผู้อำนวยการจังหวัด ลงนามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร ประกาศให้พื้นที่ในหมู่บ้านดังกล่าวเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยเพื่อให้ส่วนราชการ  หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตามอำนาจ หน้าที่  ในเขตพื้นที่ประสบภัยดังกล่าวภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 แต่จะช่วยเหลือเฉพาะชาวบ้านและบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนบ้านผู้ก่อเหตุและผู้ร่วมก่อเหตุตามกฎหมายจะไม่ได้สิทธิดังกล่าวนี้





ภาพ/ข่าว สิทธิพจน์  พิจิตร 

ขับเคลื่อนโดย Blogger.