“นิโรธ” ประธาน กมธ.ตร.สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ตรวจโถงบ่อนพนันเมืองพัทยา ระบุแหล่งแพร่โควิด-19 รอบสอง ย้ำเป็นนโยบายชาติจากนี้บ่อนพนันต้องสิ้นซาก


เวลา 14.00 น.วันนี้ (6 ก.พ.) นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานคณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎร นำคณะกรรมาธิการและที่ปรึกษา ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารเลขที่ 353/53-55 ซอยหลังอาคารนำชัยพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งในช่วงเดือนธันวาคม ปี 2563 ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าตรวจค้นด้วยทราบผลจากไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมากว่าได้พากันเข้าไปเล่นพนันในอาคารดังกล่าว ซึ่งมีการดัดแปลงสภาพอาคารลักลอบเปิดเป็นบ่อนพนันโดยผิดกกฎหมายจนเป็นที่มาของการติดเชื้อในระลอกที่ 2 โดยมี พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง รอง ผบช.ภาค 1 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมกำลัง และนายคริส เชิดสุริยา หัวหน้าฝ่ายควบคุมอาคาร สำนักการช่างเมืองพัทยา ร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุป ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าอาคารแห่งนี้แต่เดิมมีการก่อสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์เรือพระที่นั่งต่อมาได้เลิกกิจการไปและเปิดเป็นร้านอาหาร ก่อนจะมีการดัดแปลงอาคารโถงด้านล่างให้พื้นที่โล่งเกินกว่า 100 ตร.ม.เพื่อดัดแปลงเป็นบ่อนพนัน ซึ่งทราบว่ามีการลักลอบดำเนินการมาระยะหนึ่งกระทั่งเกิดปัญหาขึ้น จากนั้นคณะกรรมาธิการจึงเดินทางไปตรวจสอบต่อยังอาคารไม่มีเลขที่ ภายในซอยอรุโณทัย 5 พัทยากลาง จ.ชลบุรี  ซึ่งสืบทราบว่ามีการดัดแปลงเปิดเป็นบ่อนพนันโดยผิดกฎหมายเช่นกัน ทั้งนี้พบว่าทั้ง 2 อาคารทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา กำลังทำการสืบสวนหาผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งประสานไปยังเมืองพัทยาเพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบการก่อสร้างและดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร จากนั้นจึงเดินทางมารับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติการและแผนในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การพนัน ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ทางรัฐบาลกำชับมาอย่างเข้มงวด

นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธาน กมธ.ตร.สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาล และคณะกรรมาธิการที่ให้มาติดตามผลการปฏิบัติการกวาดล้าง และแผนการป้องกันปราบปรามในอนาคตเกี่ยว กับเรื่องการลักลอบเปิดบ่อนพนันโดยผิดกฎหมายซึ่งถือเป็นนโยบายแห่งชาติ ที่จากนี้เป็นต้นไปปัญหาของบ่อนพนันจะต้องหมดไปจากทุกพื้นที่อย่างสิ้นซาก เนื่องจากเรื่องนี้จะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แล้วยังถือเป็นแหล่งต้นตอของการติดเชื้อโควิด-19 ในระลอกที่ 2 อีกด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ไปตรวจสอบในพื้นที่ของจังหวัดระยองโดยพบว่าทางท้องถิ่นได้ออกคำสั่งและมีการรื้อถอนอาคารดังกล่าวไปแล้ว ขณะที่ในพื้นที่เมืองพัทยานั้นทราบว่ามีการลักลอบเปิดอยู่ 2 แห่ง และปัจจุบันอยู่ในขบวนการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดและการดำเนินการทางอาคารโดยเมืองพัทยา ซึ่งได้ทำการเร่งรัดให้มีการออกคำสั่งทางปกครองในเรื่องของการก่อสร้างและดัด แปลงสภาพอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต สิ่งสำคัญคือมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องบูรณาการและป้องกันปราบปรามเพื่อไม่ให้แหล่งอโคจรเหล่านี้เกิดขึ้นได้อีกในอนาคต




ภาพ​/ข่าวสมชาย​ โคตล่าทแขก​ ผู้​สื่อข่าว​พัทยา​รายงาน

ขับเคลื่อนโดย Blogger.