นครสวรรค์ - เดือดร้อน​สุด​ ๆ​ ร้องศูนย์ดำรงธรรมถูกนายทุนเงินกู้ฟ้องฉ้อโกง


ชาวบ้านนับ10รายเข้าร้องขอความช่วยเหลือกับศูนย์ดำรงธรรมนครสวรรค์ลังถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบฟ้องข้อหาฉ้อโกง  หลังถูกหลอกทำสัญญาโดยไม่ระบุจำนวนดอกเบี้ย

ชาวบ้านตำบลหูกวางอำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 10 คน รวมตัวเดินทางเข้ามาร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครสวรรค์ หลังถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลแขวงนครสวรรค์ คดีอาญาในข้อหาฉ้อโกง  หลังทั้ง10คนกู้เงินนอกระบบแต่ถูกให้ทำสัญญาโดยไม่ระบุจำนวนดอกเบี้ย  ทำให้ส่งเงินไม่ไหวในช่วงวิกฤติการณ์โควิด-19 ได้ทำการส่งเงินล่าช้าจนถูกฟ้องร้องทั้ง 10 คน 

ล่าสุดนายสันทัศน์ ทันนิธิ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครสวรรค์ออกมารับเรื่อง พร้อมรับปากจะดำเนินการเรียกผู้ฟ้องเข้ามาให้ข้อมูลและทำการไกล่เกลี่ยกับกลุ่มชาวบ้านเพื่อหาข้อยุติในการร้องทุกข์ครั้งนี้โดยเร็ว

จากการเปิดเผยของนางมาริน พิมพา ชาวบ้านตำบลหูกวางและหนึ่งในกลุ่มผู้ร้องทุกข์เล่าว่าเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ตนเองและเพื่อนๆในหมู่บ้านต้องการเงินใช้จ่ายจึงได้ไปหากู้ยืมเงินนอกระบบจากนายทุนที่มีคนแนะนำมาโดยทำสัญญาให้กู้ยืมเงินเป็นจำนวน 10,000 บาทแต่ได้รับเงินมาแค่ 8,000 บาท โดยถูกหักเป็นค่าดอกเบี้ย จำนวนเงิน 1,000 บาท ค่าทำสัญญา จำนวนเงิน 1,000 บาท และให้จ่ายดอกเบี้ยทุก 15 วัน เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท จนกว่าจะจ่ายเงินต้นครบ แต่ในสัญญาไม่ระบุจำนวนดอกเบี้ยเว้นว่างไว้ จนกระทั่งช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถทำงานหาเงินได้ตามปกติทำให้ไม่มีเงินไปจ่ายค่าดอกเบี้ยให้กับนายทุน  จึงถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบฟ้องร้องต่อศาลแขวงนครสวรรค์ คดีอาญาในข้อหาฉ้อโกง ร้องเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 37,000 บาท และมีหมายศาลเรียกให้ไปขึ้นศาลตามวันเวลานัด และถูกโทรศัพท์มาข่มขู่ให้จ่ายเงินทันทีเพื่อที่จะได้ไม่ถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย  ซึ่งตนเองและพวกด้วยความไม่รู้กฎหมายและกลัวจะติดคุกพวกตนจึงนำเรื่องกันไปปรึกษาทนายความ ซึ่งเบื้องต้นได้ตรวจดูเอกสารพบความผิดปกติหลายอย่าง  ทั้งข้อมูลที่สัญญากู้ยืมเงินมีการให้เขียนเหมือนกันทุกฉบับ และเว้นช่องว่างรายละเอียดดอกเบี้ยเอาไว้ ส่วนด้านหลังสัญญาเงินกู้ให้เขียนยินยอมขายโฉนดที่ดินเลขที่และตามด้วยบ้านเลขที่ของผู้กู้ยืมเงิน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนาไม่ดีในการเอาเปรียบผู้กู้ยืมเงิน และนอกจากชาวบ้าน 10 รายนี้แล้ว ยังมีชาวบ้านอีกหลายรายที่กำลังถูกดำเนินคดีลักษณะนี้เช่นกัน

ซึ่งทางทนายได้ให้คำแนะนำให้มาร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครสวรรค์เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมต่อไป






ภาพ/ข่าว ต้อย​ รอบ​รั้ว

ขับเคลื่อนโดย Blogger.