ชลบุรี - ‘ลาบิกซ์ ’ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการผลิตสารตั้งต้นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ส่วนขยาย ครั้งที่ 2


เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ที่ศาลาประชาคมอ่าวอุดม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายธานี เกียรติพิพัฒนกุล รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง พร้อมนายวิโรจน์ มีนะพันธ์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านกำกับองค์กรและกิจการสัมพันธ์  บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นประธานเปิดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนได้เสีย ครั้งที่ 1 ต่อร่างข้อเสนอโครงการ รายละเอียดโครงการ ขอบเขตการศึกษา และการประเมินทางเลือกโครงการ โครงการผลิตสารตั้งต้นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ส่วนขยาย ครั้งที่ 2 พร้อมด้วย นายพิพัฒน์พล อำพรเพ็ชร์ ปลัดอำเภอศรีราชา ,นายบุญเลิศ น้อมศิลป์ อดีตนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง และ ผู้แทนส่วนราชการ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ผู้นำชุมชน ผู้นำทางศาสนา พี่น้องชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานครั้งนี้จำนวนมาก

นายวิโรจน์ มีนะพันธ์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านกำกับองค์กรและกิจการสัมพันธ์  บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในนามของ บริษัท ลาบิกซ์ กำจัด ซึ่งเป็นบริษัทใน กลุ่มไทยออยล์  รู้สึกยินดี ที่ได้มาเป็นประธานในการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ครั้งที่ 1 ต่อร่างข้อเสนอโครงการ รายละเอียดโครงการ ขอบเขตการศึกษา และการประเมินทางเลือกโครงการ โครงการผลิตสารตั้งต้นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ส่วนขยาย ครั้งที่ 2 โดยจะเพิ่มกำกลังการผลิต จาก 360 ตันต่อวัน เป็น 405 ตันต่อวัน

ซึ่งการดำเนินการโครงการดังกล่าว  จะต้องมีการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม นำเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. เพื่อประกอบการขออนุญาต และด้วยบริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ อีกทั้งเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่  จึงได้มอบหมายให้ บริษัท ซีคอท จำกัด เป็นซึ่งเป็นบริษัท ที่ปรึกษาทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และดำเนินการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ในครั้งนี้ขึ้น

นายวิโรจน์  กล่าวต่อไปว่า  หลังจากที่ได้รับฟังความคิดเห็น ข้อวิตกกังวล และข้อเสนอแนะต่างๆ ของพี่น้องประชาชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะได้นำข้อมูลกลับไปประกอบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม อย่างครบถ้วนรอบด้าน และจัดทำเป็นรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อนำส่งสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. พิจารณาตามลำดับขั้นตอนต่อไป

ด้านนายเสถียร  เอกจรัสภิวัฒน์  ประธานชุมชนตลาดอ่าวอุดม    กล่าวว่า  โครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ และมีการเพิ่มกำลังผลิต หลังเปิดดำเนินการมาแล้ว 4 ปี  ดังนั้นทางบริษัทฯ ควรจะต้องเพิ่มมาตรการในการดูแลเครื่องจักรที่ใช้งานมานานแล้ว ,จะต้องดูแลด้านน้ำเสียที่ปล่อยออกจากโรงงานและมลพิษทางอากาศ ให้มีประสิทธิภาพและให้ได้มาตรฐานด้วย

โดยส่วนใหญ่ประชาชนที่เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ เป็นห่วงด้านมลพิษ เช่น  กังวลการคมนาคมขนส่งสารเร่งปฏิกิริยาในกระบวนการผลิตที่ผ่านแหล่งชุมชน จะต้องวางมาตรการที่เข้มงวด หรือใช้เส้นทางการขนส่งทางรางรถไฟแทน นอกจากนั้นด้านกากของเสียจากกระบวนการผลิต จะต้องบริหารจัดการให้เข้มงวดด้วย เพราะหวั่นจะมีการลักลอบนำไปทิ้งตามแหล่งชุมชนต่างๆ  

สำหรับข้อเสนอแนะต่างๆนั้นทาง โดยทางบริษัทฯพร้อมรับ เพื่อนำไปวางมาตรการดูแลป้องกันตามข้อเสนอแนะดังกล่าว








ภาพ/ข่าว ยืนยงค์ ยินดีทรง

ขับเคลื่อนโดย Blogger.