ศรีสะเกษ มวลน้ำป่าทะลักลงสู่น้ำตกห้วยจันทร์ล้นฝายป่าอ้อเตือนประชาชนไม่ให้ลงเล่นน้ำหวั่นอันตราย ขณะที่ ปภ.จังหวัดร่วมกับทุกส่วนราชการเตรียมรับน้ำท่วมฉับพลันอย่างเต็มที่


เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 63  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณน้ำตกห้วยจันทร์ ต.ห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นน้ำตกชื่อดังของ จ.ศรีสะเกษ  ที่อยู่ใกล้กับเทือกเขาพนมดงรักชายแดนไทย – กัมพูชา ปรากฏว่า ขณะนี้ได้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 10 วันแล้ว   โดยพายุฝนได้พัดโหมกระหน่ำอย่างต่อเนื่องส่งผลให้มีมวลน้ำป่าจำนวนมากไหลบ่าลงมาจากเทือกเขาพนมดงรักลงสู่น้ำตกห้วยจันทร์  ทำให้ระดับน้ำของน้ำตกห้วยจันทร์มีระดับที่สูงขึ้นมากและมีสีค่อนข้างแดงขุ่น  น้ำได้ไหลเชี่ยวกรากแรงมากไหลทะลักลงไปสู่ด้านล่าง  ส่วนบรรยากาศร้านจำหน่ายอาหารและสินค้าทางลงไปสู่น้ำตกห้วยจันทร์เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวค่อนข้างเงียบเหงาเพราะว่าไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวแต่อย่างใด ขณะที่ฝายป่าอ้อที่เดิมก่อนหน้านี้เป็นฝายดินและได้ถูกน้ำป่าทะลักเข้าโหมกระหน่ำทำให้ฝายพังทะลายลงเมื่อหลายปีที่ผ่านมา  ขณะนี้ทางราชการได้มีการก่อสร้างฝายคอนกรีตอย่างดีขึ้นมาแทนแล้ว  ปรากฏว่า มวลน้ำป่าได้ไหลทะลักล้นฝายป่าอ้อ ทำให้น้ำไหลเอ่อเข้าไปท่วมถนนและไร่นาของชาวบ้านในเขตที่เป็นทางน้ำไหลผ่านทำให้มีน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง  แต่ยังไม่มีต้นข้าวและบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

น.ส.เบญจมาศ  อุปสุข  อายุ  33 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 5 ต.ห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ  ซึ่งเป็นแม่ค้าขายอาหารอยู่ที่บริเวณน้ำตกห้วยจันทร์  กล่าวว่า  ฝนได้ตกหนักติดต่อกันมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ส่งผลให้ระดับน้ำในน้ำตกห้วยจันทร์สูงขึ้นกว่าเดิมมาก  ซึ่งระดับน้ำในน้ำตกห้วยจันทร์จะขึ้นเร็วและลงเร็วมาก  หากมีฝนตกหนักระดับน้ำจะสูงมาก แต่เมื่อฝนหยุดตกแล้วระดับน้ำก็จะลดลง  ซึ่งทาง อบต.ห้วยจันทร์ ได้ออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวว่า ในช่วงนี้ไม่ควรที่จะลงไปเล่นน้ำในน้ำตกห้วยจันทร์ นักท่องเที่ยวควรที่จะลงไปดูความสวยงามตามธรรมชาติของน้ำตกห้วยจันทร์เท่านั้น เนื่องจากเกรงว่า นักท่องเที่ยวอาจจะได้รับอันตรายจากน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากได้

ทางด้าน นายบุญประสงค์   นวลสายย์  หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ  กล่าวว่า  นายวัฒนา   พุฒิชาติ  ผวจ.ศรีสะเกษ ได้มอบหมายให้ตนและคณะออกไปติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ  พร้อมทั้งได้ประสานงานกับทุกอำเภอและทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องจักรกลต่าง ๆ ในการเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนหากเกิดน้ำท่วมฉับพลันตลอด 24 ชม. และขอฝากเตือนประชาชนให้ติดตามรับฟังการรายงานข่าวสถานการณ์ของน้ำอย่างใกล้ชิดด้วย  และระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลันที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา









ภาพ/ข่าว ศิริเกษ  หมายสุข อัมภณ จับศรทิพย์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.