ชลบุรี - เกิดไฟไหม้โรงงานผลิตโฟมกันกระแทกในนิคมปิ่นทอง 2 วอดทั้งหลังเจ็บ 3 ราย

เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตโฟมกันกระแทกในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 2 อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เสียหายทั้งหลัง มีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 2 รายและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 1 ราย ใช้เวลาควบคุมเพลิงกว่าสองชั่วโมงครึ่ง ค่าเสียหายและสาเหตุขณะนี้ยังไม่ทราบ
    เมื่อเวลาประมาณ 12.45 น.วันนี้ ( 11 มี.ค. ) ศูนย์วิทยุป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตโฟมกันกระแทก ในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 2 หมู่ 9 ตำบลหนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพลิงลุกลามระดับ 10 มีผุ้ได้รับบาดเจ็บถูกไฟไหม้ตามลำตัว 2 ราย จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพียวเยี่ยงไท้ศรีราชา รถดับเพลิงจากหน่วยงานท้องถิ่นข้างเคียง ปกครองอำเภอศรีราชา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาม เข้าร่วมตรวจสอบ
    ในที่เกิดเหตุเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง บริเวณโกดังฝ่ายผลิตและเก็บสินค้า รถดับเพลิงได้พยายามฉีดน้ำเข้าสกัดเพลิงแต่ด้วยในโรงงานที่ผลิตโฟมกันกระแทกทำให้ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่วนพนักงานจำนวนประมาณ 140 คนออกมาจากดรงงานได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากเป็นช่วงพักเที่ยง ทำให้พนักงานอยู่ในโรงงานไม่กี่คน และพบผู้ได้รับบาดเจ็บถูกไฟไหม้ตามร่างกายจำนวน 2 ราย คือ นายนัดธพล ปานอีเม็ง อายุ 26 ปี และนายกือเกี๊ยะ อายุ 35 ปี สัญชาติกัมพูชา เจ้าหน้าที่รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลให้ทีมแพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน
    โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ประสานรถดับเพลิงจากหน่วยงานท้องถิ่นมาเพิ่มอีกประมาณ 20 คัน มาช่วยในการดับเพลิงในครั้งนี้ โดยใช้เวลากว่าสองชั่วโมงครึ่งจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้  หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าไปฉีดน้ำภายในโรงงานก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อหลังคากันสาดโรงงานสูงประมาณ 8 เมตรได้หล่นลงมาฟาดใส่พนักงานดับเพลิงที่บริเวณแขนซ้าย จนได้รับบาดเจ็บ ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลไปอีกราย
    จากการสอบสวนพนักงานในโรงงานเปิดเผยว่า โรงงานนี้มีพนักงานประมาณ 140 คน ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาพักรับประทานอาหารเที่ยว พนักงานส่วนใหญ่ออกไปกินข้าวด้านนอกโรงงาน จึงเหลือพนักงานอยู่ในโรงงานเพียงไม่กี่คน ซึ่งพอเกิดเหตุไฟไหม้ยังไม่ทราบสาเหตุและจุดเกิดเหตุพนักงานที่อยู่ในโรงงานก็วิ่งหนีตายออกมาแต่ด้วยความแรงของเปลวเพลิงจึงทำให้มีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 2 คน ส่วนพนักงานคนอื่น ๆ ปลอดภัยดี ส่วนค่าเสียหายและสาเหตุต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบสาเหตุให้แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง








ภาพข่าวโดย ยืนยงค์ ยินดีทรง รายงาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.