ทายาทร้อง ส.ป.ก.เพชรบูรณ์ สั่งเบรกใช้ประโยชน์ที่ดิน 27 ไร่ ชี้ข้อพิพาทยังไม่สิ้นสุด อ้างถูกแบ่งที่ดินลับหลังตั้งแต่ปี 2565
ปมพิพาทสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก.แปลงกว่า 27 ไร่ กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังทายาทผู้ได้รับสิทธิตามสายโลหิตเข้ายื่นหนังสือขอให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ระงับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เป็นการชั่วคราว พร้อมเร่งรัดการพิจารณาคำคัดค้าน ภายหลังพบว่ามีบุคคลเข้าไปไถพื้นที่และเตรียมใช้ประโยชน์ ทั้งที่ข้อพิพาทยังไม่มีข้อยุติเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 นางสาวธิราภรณ์ นาทันนึก ได้ลงนามมอบอำนาจให้นายศักดิ์ชัย วัชรลิมปกรณ์ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเพชรมีเดีย และสมาชิกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.) เลขที่สมาชิก 2684 เป็นผู้แทนยื่นหนังสือต่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อขอให้ระงับการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก.แปลงพิพาท ระหว่างการพิจารณาคำคัดค้าน และขอให้เร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็วหนังสือดังกล่าวได้รับการรับเรื่องโดยนางปาริชาต รัตนมนตรี ปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งรับเอกสารด้วยตนเอง พร้อมแจ้งต่อผู้ยื่นหนังสือว่าจะใช้เวลาตรวจสอบเอกสารทั้งหมด และเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนแจ้งผลการดำเนินการอีกครั้งนางสาวธิราภรณ์ระบุว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเดิมเป็นสิทธิทำกินของนายคูณ ผู้เป็นบิดา ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2560 หลังจากนั้นได้ยื่นขอรับสิทธิต่อ ส.ป.ก.ในฐานะทายาท แต่กลับถูกน้องชายของผู้ตายจำนวน 4 คนยื่นคัดค้าน โดยอ้างว่าผู้ตายได้สลักหลังในเอกสาร ส.ป.ก.ว่าจะยกที่ดินให้คนละ 5 ไร่ผู้ร้องระบุเพิ่มเติมว่า แม้จะติดตามเรื่องมาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับแจ้งความคืบหน้า จนกระทั่งปลายปี 2567 ได้ยื่นหนังสือสอบถามและพบว่า มีการประชุมของคณะกรรมการเมื่อปี 2565 พร้อมมีมติแบ่งที่ดินให้น้องชายทั้ง 4 คน คนละ 5 ไร่ เหลือพื้นที่ประมาณ 7 ไร่เศษจากทั้งหมดกว่า 27 ไร่ จึงได้ยื่นหนังสือคัดค้านมติดังกล่าวต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2569 ผู้ร้องอ้างว่าพบการนำที่ดินไปให้บุคคลภายนอกเช่า และมีการนำรถไถเข้าไปปรับพื้นที่ แม้ข้อพิพาทจะยังอยู่ระหว่างการพิจารณา จึงเห็นว่าหากปล่อยให้มีการใช้ประโยชน์ต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายและส่งผลกระทบต่อสิทธิของตนในอนาคตการรับหนังสือครั้งนี้จึงถูกจับตามองว่า จะเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ทั้งประเด็นการแบ่งสิทธิในที่ดิน ความถูกต้องของเอกสารที่ใช้อ้างอิง และการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ระหว่างที่ข้อพิพาทยังไม่สิ้นสุดทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ และยังไม่มีข้อยุติหรือคำวินิจฉัยเป็นที่สุด โดยทุกฝ่ายยังมีสิทธิชี้แจงและนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการพิจารณา


