Header Ads




นนทบุรี คืบหน้า วงจรปิด ตร.รวบหนุ่มเก็บมือถือตกกลางถนนไม่คืนเจ้าของแจ้งข้อหาลักทรัพย์



  เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 6 ธ.ค. 64 พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด, พ.ต.ท.วรพจน์ ฉิมลอยลาภ สว.สส.สภ ปากเกร็ด พร้อมด้วยชุดสืบสวน ปากเกร็ดได้ร่วมกันจับกุมตัวนายบี มีขั้น อายุ 33 ปีบ้านเลขที่ 148 ตรอกโรงหนังเฉลิมรัฐ แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม. โดยกล่าวหาว่าลักทรัพย์หรือรับของโจร พร้อมด้วยของกลาง 1.โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นเอส 21 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง ราคา 34,000 บาท 2.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกุ๊ปปี้ไอ สีขาว-ม่วง หมายเลขทะเบียน ฬสษ 839 กทม.

     สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 64 เวลาประมาณ 11.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากนายขจรศักดิ์ สีหาฤทธิ์ อายุ 27 ปี ว่าโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นเอส 21 สีดำ ราคา 34,000 บาท ได้ตกหล่นหายบริเวณใต้สะพานเลี่ยงเมืองข้ามถนนแจ้งวัฒนะ ม.5 อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้เสียหายได้พยายามโทรติดต่อมือถือตนเองที่หล่นหายหลายครั้งแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาย 1 คน ขี่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกุ๊ปขี้ไอ สีขาว-ม่วง เก็บโทรศัพท์ของผู้เสียหายได้บริเวณจุดเกิดเหตุและได้ขี่รถจยย.คันดังกล่าวไปทางถนนแจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าสะพานพระราม 4

     ต่อมาวันนี้ ( 6 ธ.ค. 64 ) เวลาประมาณ 12.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ หน้าโชว์ฐม MG ม.4ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบชายขับขี่รถจักรยานยนด์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นสกุ๊ปปิ้ไอ สีขาว-ม่วง หมายเลขทะเบียน พสย 839 กทม. มีลักษณะคล้ายกับบุคคลที่ก่อเหตุลักโทรศัพท์ของผู้เสียหายไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกให้หยุดรถและได้แสดงตัวพร้อมทำการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายอยู่ในกระเป๋ากางเกงหลังด้านขวาตัวที่นายบีสวมใส่อยู่

นายบีรับสารภาพว่าตนเองเป็นคนที่เก็บโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายได้จริง และได้เก็บโทรศัพท์มือถือไว้ที่ใต้เบาะรถจยย. ก่อนขับขี่ไไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวนายบีฯ มาที่ห้องสืบสวน สภ.ปากเกร็ด 

    ต่อมานายขจรศักดิ์ ผู้เสียหายได้เข้ามาชี้ยืนยันว่าโทรศัพท์มือถือเป็นของตนจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน "ลักทรัพย์หรือรับของโจร " โดยนายบี ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ควบคุมตัวนายบีฯ พร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

   นายขจรศักดิ์ ผู้เสียหายกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากเกร็ด ติดต่อตนให้มาชี้ตัวผู้ต้องหาที่เก็บโทรศัพท์มือถือไป ตนคิดว่าต้องได้คืนแต่อาจจะช้าเพราะคิดว่าตำรวจเขาตามให้อยู่ และคิดว่าคงไม่กลับมาสภาพเดิม ต้องมีล้างเครื่องแน่นอน แต่ก็ได้คืนไวกว่าที่คิด ถ้าคนเก็บได้เขาบริสุทธิ์ใจเขาต้องเอามาคืนไว้ที่สภ. หรือติดต่อมาหาตนไม่ใช่ปิดเครื่องหนี ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสทบสวนสภ.ปากเกร็ดที่ติดตามเรื่องมา






ให้ตนได้โทรศัพท์คืนและพบตัวผู้ต้องหา

    นายบี กล่าวว่าตนเห็นโทรศัพท์วางไว้ตนจึงเก็บมาใส่กระเป๋าหลังไว้ แต่ว่ากลัวล่วงจึงเอาโทรศัพท์ใส่ไว้ใต้เบาะ แต่ปกติจะไม่ใช้รถคันนี้ พึ่งจะเอาออกมาใช้ แต่แฟนแนะนำมาว่าให้เอาโทรศัพท์ไปให้ทางร้านดู ตนจึงบอกว่ารอให้เจ้าของโทรศัพท์โทรมาก่อน แต่ตนนำรถคันนี้ไปชนมาโทรศัพท์จึงพัง ตนเลยนำโทรศัพท์ไปซ่อมที่ร้านแต่ทางร้านโทรศัพท์แนะนำให้ล้างเครื่องใหม่ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่ามีข่าวออกไปทางเจ้าของตามโทรศัพท์ เพราะตนทำงานเสร็จก็เข้าบ้านมานอน พึ่งมารู้ภายหลังจากน้องสาวว่าเขาตามหาโทรศัพท์อยู่


ภาพ/ข่าว  ฉัตรมงคล สิงห์โต



ขับเคลื่อนโดย Blogger.