รุ้ง ปานัสยา – ทนายของอานนท์ เดินออกจากห้องพิจารณาคดี ก่อนศาลรัฐธรรมนูญเริ่มอ่านคำวินิจฉัยคดีการชุมนุมล้มล้างการปกครอง





 รุ้ง ปานัสยา – ทนายของอานนท์  เดินออกจากห้องพิจารณาคดี ก่อนศาลรัฐธรรมนูญเริ่มอ่านคำวินิจฉัยคดีการชุมนุมล้มล้างการปกครองหรือไม่ อ้างกระบวนการพิจารณาไม่ชอบ เพราะไม่มีการไต่สวน  ขณะที่ศาลย้ำว่ากระบวนการพิจารณารอบคอบ ให้โอกาสโต้แย้งเต็มที่ 


วันที่ 10 พ.ย 64 เวลา 15.00 น.  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังค์อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่นายณฐพร โตประยูร ยื่นให้วินิจฉัยการกระทำของ นายอานนท์ นำภา  รุ้ง ปานัสยา และภาณุพงศ์ จาดนอก เมื่อวันที่ 3 และ 10 ส.ค. เป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ 


ก่อนการอ่านคำวินิจฉัย ฝ่ายแกนนำราษฎร ได้นำ นาย ส.ศิวรักษ์  เพื่อมาเป็นพยานและขอให้ศาลทำการไต่สวน   นายกฤษฎางค์  นุตจรัส   ทนายของนายอานนท์  ได้ลุกขึ้นชี้แจงต่ออ้างว่าอานนท์บอกว่าไม่ประสงค์ให้มีตัวแทนเข้าฟัง  เนื่องจากต้องโดยอยากให้มีการไต่สวน เพราะได้เตรียมพยานมาด้วย  เพื่อจะได้มีโอกาสในการต่อสู้คดี  หากศาลไม่อนุญาตก็ให้ทนายความซึ่งเป็นตัวแทนออกจากห้องพิจารณา  ไม่ให้มีตัวแทนเข้ารับฟังการวินิจฉัย จากนั้นทนายความของภาณพงศ์ ก็แจ้งไม่อยู่รับฟังคำวินิจฉัย   เช่นเดียวกับ รุ้ง ปานัสยา แย้งว่าส่วนตัวอาจไม่เข้าใจเรื่องกฎหมาย  อยากให้มีการไต่สวน  โดยได้เตรียมพยานมาด้วย ซึ่งไม่ใช่การประวิงเวลา แต่เมื่อไม่มีการไต่สวน ก็ไม่ขอฟัง    ดังนั้นทั้งทนายความของอานนท์และ ไมค์ และรุ้ง จึงออกจากห้องพิจารณาคดี   

    

ศาลชี้แจงว่าได้ให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกร้องครบถ้วน  ซึ่งกระบวนการพิจารณาของศาลไม่ใช่ระบบกล่าวหา แต่เป็นระบบไต่สวน ศาลมีอำนาจไต่สวน ได้ให้ฝ่ายผู้ถูกร้องทราบพยานหลักฐานทุกอย่าง ให้โอกาสโต้แย้ง ถือว่ากระบวนการพิจาณาถูกต้อง สิ่งที่คุณอ้างก็เป็นเรื่องของคุณ ศาลใช้เวลาพิจารณาเป็นปีกว่า  ย้ำว่าเป็นไปด้วยรอบคอบ โดยหาพยานจากที่ต่างๆมาประกอบการพิจารณา     ทั้งนี้ศาลจึงได้ให้เจ้าหน้าที่บันทึกว่าผู้รับมอบฉันทะมาในห้องพิจารณาแล้วออกไป  

   

จากนั้นศาลได้อ่านคำวินิจฉัย โดยระบุว่าจากการปราศรัยในที่สาธารณะหลายครั้งของทั้ง อานนท์  รุ้ง ปานัสยา และไมค์ ภาณุพงศ์  มีเนื้อหาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์   ศาลเห็นว่าการกระทำและพฤติกรรมต่อเนื่องของทั้ง 3 คน มีเจตนาซ่อนเร้น เซาะกร่อนบ่อนทำลาย เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพมุ่งล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจึงสั่งการให้ทั้ง 3  และเครือข่ายเลิกการกระทำดังกล่าว






รูปภาพธีมโดย enot-poloskun. ขับเคลื่อนโดย Blogger.