นนทบุรี วงจรปิด จับภาพชัดลูกค้าตีเนียนใช้แอฟ เป๋าตังสิทธิคนละครึ่ง ก่อนคนขายเผลอ ขโมยเงินหนีหาย



          เมื่อเวลา14.00 น. วันนี้ 10 พ.ย. 64 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายชัชวาลย์ สุพินิจ อายุ 42 ปี เจ้าของร้านขายของสินค้าจำพวก เบ็ดเตล็ด ในตลาดชื่อดังแห่งหนึ่งย่านถนนราชพฤกษ์ ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เล่าเรื่องราวให้ฟังว่า เหตุเกิดเวลา 17.00 น.ของวันที่ 9 พ.ย. ขณะที่ลูกจ้างสาว น.ส.นอวา วิเชียรชัยคีรี อายุ 32 ปี และหลานชาย นายอรรถกานต์ โยธายุทธ อายุ 30 กำลังสาละวนขายของอยู่ภายในร้านนั้น ได้มีลูกค้าเป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี ใส่เสื้อสีเขียว กางเกงขาสั้นสามส่วนสีชมภู รองเท้าแตะ สวมใส่แมสสีดำ (ภาพวงจรปิดจับชัด) ทำทีเป็นลูกค้าเข้ามาขอซื้อแมสปิดปาก-จมูกจำนวน 1ชิ้นในราคา 10 บาท จากน.ส.นอวา โดยลูกค้าชายคนดังกล่าวได้แจ้งขอใช้ สิทธิคนละครึ่ง ทำการสะแกนจ่ายชำระค่าสินค้า เมื่อน.ส.นอวาทำการให้เป็นที่เรียบร้อย ก็ได้หันไปพูดกับนายอรรถกานต์หลานชายของตนเองว่า จะไปซื้อกับข้าวหน่อย ฝากดูแลหน้าร้านด้วย ซึ่งนายอรรถกานต์ก็รับทราบ ช่วงจังหวะเดียวกันนั้นเอง ลูกค้าชายคนดังกล่าว ได้เปลี่ยนจากลูกค้า มาเป็นหัวขโมยทันที โดยเดินเข้าไปที่โต๊ะทำงานของตนเอง ซึ่งมีกระป๋องใส่เงินแบบเปิดปิด ฉวยหยิบเอาเงินในกระป๋องประมาณ 1500-2000 บาท เดินออกจากร้านหลบหนีไป 

       ต่อมาเมื่อน.ส.นอวา ลูกจ้างสาวกลับมาจากซื้อกับข้าวในตลาดจึงพบว่า เงินที่ขายสินค้าได้ที่เก็บไว้ในกระป๋องได้หายไปจึงแจ้งให้ตนทราบ เมื่อตนทำการเปิดกล้องวงจรปิดภายในร้านดู ก็พบว่าลูกค้าชายคนดังกล่าว ที่เปลี่ยนมาเป็นหัวขโมยแสบ ได้ก่อเหตุขโมยเงินไป นายชัชวาลย์ เจ้าของร้านยังได้เปิดโทรศัพท์ที่คนร้ายขอใช้ สิทธิคนละครึ่ง ใช้จ่ายนี้ว่าชื่อนายนิติพล   ตนเองเปิดร้านมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าของหายอาจจะมีบ้าง แต่ไม่เคยมีเงินหาย ส่วนตัวตนรู้สึกว่าการเดินเข้ามาขโมยเงินแบบนี้มันอุกอาจมาก อยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมาย นายชชัชวาลย์ เจ้าของร้านกล่าวทิ้งท้าย ก่อนขอตัวไปขายของต่อไป


ภาพ/ข่าว  ฉัตรมงคล สิงห์โต





รูปภาพธีมโดย enot-poloskun. ขับเคลื่อนโดย Blogger.