นนทบุรี ทนายรณณรงค์แถลงข่าวคดีลูกเสือจมน้ำตายกาฬสินธุ์ 8เดือนไร้เยียวยาผอ.ชิงลาออก



     เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถ.แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายรณณรงค์  แก้วเพ็ชร์

ประธานชมรมรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้แถลงข่าว กรณีน้องปอนด์เด็กลูกเสือ ชั้นม.3 เข้าร่วมกิจกรรมฐานลูกเสือมุดน้ำแล้วจมน้ำตาย ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 64 ที่ผ่านมา ทางเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความเป็นธรรมในสังคม โดยทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้มอบหมายให้ทนายอาสาประจำเครือข่ายฯ เข้าไปให้ความช่วยเหลือในคดีอาญา และดำเนินการฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากกระทรวงศึกษาธิการและเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564 ที่ผ่านมาศาลกำหนดนัดคุ้มครองสิทธิ โดยศาลจะดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ย ให้คู่ความได้รับความเยียวยาทางจิตใจและหรือเยียวยาทางความเสียหายเป็นตัวเงิน  ทางจำเลยได้รับสารภาพว่าตนเองได้กระทำผิดกฎหมายอาญา ตามคำฟ้องของอัยการว่าตนประมาททำให้นายทองนพเก้า สีทา  จมน้ำตายจริงและได้วางเงินเพื่อเป็นการเยียวยาแก่ผู้เสียหาย จำนวน 200,000 บาท แล้ว ทั้งนี้นัดฟังคำพิพากษาเฉพาะของจำเลยที่ 3 วันที่ 18 มกราคม 2565 เวลา 9.00 นาฬิกา 

ส่วนจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2  พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ จะยื่นฟ้องเข้ามาใหม่ เป็นอีกคดีหนึ่งต่างหากจากคดีนี้   ซึ่งยื่นในวันที่ 7-9 ตุลาคม 2564 ส่วนในคดีแพ่งฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งยื่นฟ้องไปแล้วเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564 และวันที่ 22 พ.ย.2564 นี้กำหนดขึ้นศาลครั้งแรกที่ศาลแพ่ง

    นางบัวรื่น สีทา อายุ 48 ปี แม่น้องปอนด์ กล่าวว่าอยากขอความเป็นธรรมให้ลูกชายถ้าไม่สั่งให้ลูกชายลงน้ำไปลูกชายก็คงไม่ตายเพราะลูกชาย ลูกชายเป็นคนดี ไม่ชอบน้ำ เป็น อยากขอความเป็นธรรมจากทุก ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ศึกษาธิการ หรือศาล เหตุเกิด 8 เดือนที่ผ่านมาทางครูที่สั่งเด็กลงไปยังสอนอยู่ ไม่ได้ออกจากราชการ โดยไปสอนที่โรงเรียนอื่น ไม่เคยเข้ามาคุยกับตน ตอนนี้ยังไม่ได้ผลสรุปจากตำรวจว่าจะดำเนินคดียังไง ผอ. ได้มีการรับสารภาพ แต่ชิงลาออกไปก่อน ส่วนอีก 2 คนสู้คดี

   นางสาวนุชนารถ สีทา อายุ 22 ปี พี่สาวน้องปอนด์ กล่าวว่าผอ. มีความผิดทำให้คนตาย แต่กลับชิงลาออก ทั้งที่ ทางพวกตน ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำไมทางกระทรวงถึง อนุมัติให้ลาออก 

    ทนายรณณรงค์กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ทางรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการไม่เคยพูดจาอะไรเลยตกลงในประเทศไทยเด็กตาย จากการศึกษาในระบบทางกระทรวงศึกษา ให้พ่อแม่เด็กไปฟ้องเองหรือจ่ายมาแค่ 50,000 บาทแล้วหายเงียบไป ตนว่าความรับผิดชอบมันน้อยไปหน่อยอยากให้เป็นมาตรฐานว่าถ้าคดีนี้ฟ้องขึ้นไปแล้วกระทรวงต้องจ่าย ถ้าต่อไป อยากให้เป็นมาตรฐานลูกใครตาย คุณไม่ต้องมาฟ้องคุณเอาเคสนี้ไปยื่นขอเงินค่าเสียหายและกระทรวงมีหน้าที่ต้องจ่ายไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีสตางค์ไปฟ้องศาลง่ายๆอย่างเคสนี้อยู่จังหวัดกาฬสินธุ์ต้องมาฟ้องศาล ส่วนตัวเลข 7 ล้านตนขอบอกว่ากรณีเด็กเสียชีวิต ค่าเสียหายจนกว่าเด็กจะอายุถึง 60 ปีเรียกค่าเสียหาย 7 ล้านยังน้อยไป ถือว่าไม่ได้เยอะสำหรับชีวิตเด็กคนนึง ตามกฎหมายต้องฟ้องกระทรวงศึกษาธิการเป็นหลักและให้กระทรวงเป็นคนจ่ายเงินและให้ไปไล่เบี้ยกับครู เป็นเหตุให้ครูบางท่านชิงเออร์รี่ไปก่อน เนื่องจากกลัวว่าจะโดนอายัดเงินบำเหน็จเงินบำนาญ


ภาพ/ข่าว  ฉัตรมงคล สิงห์โต





รูปภาพธีมโดย enot-poloskun. ขับเคลื่อนโดย Blogger.