สิงห์รถบรรทุกเครียดหนักรับทราบข้อกล่าวหาเบาหวานขึ้น


ความคืบหน้ากรณีนายโชคชัย สุขจิตร์ วัย 40 ปี สิงห์รถบรรทุกขนดินปืนโหด หึงเลือดขึ้นหน้ามืดฟ้ามัวดิน ในจังหวะไปเผอิญเห็นนายวันชัย ส้มโต อายุ 47 ปี ควงภรรยาเก่า ของนายโชคชัย คือ น.ส.มยุรี เคียวเขตรการ อายุ 39 ปี นั่งมาในรถบรรทุกสิบล้อขนดิน จนทำให้ฟิวขาดลืมสติ คว้าปืนขนาด 9 มม. ไปรัวกระหน่ายิงศัตรูพรากรัก จนนายวันชัยถูกคมกระสุนกระชากวิญาณตายคารถ และ น.ส.มยุรี อดีตภรรยาเก่าได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริเวณด้านหลังที่ทำการ อบต.ไพศาลี พื้นที่หมู่ 1 ต.ไพศาลี อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ซึ่งเหตุดังกล่าว หลังผ่านไป 1 วัน นายโชคชัยได้ขอยอมชดใช้ความผิดที่พลาดไปเห็นความรักบังตามากกว่าความผิดชอบชั่วดี ให้ญาติสนิทพาเดินทางมามอบตัวกับตำรวจตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น   

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (14 ตุลาคม 2564) พ.ต.ท.เนตร เรืองคำ สารวัตรสอบสวน สภ.ไพศาลี ได้มีการนำตัวนายโชคชัย สุขจิตร์ ออกจาห้องขัง ที่ฝากขังหลังเข้ามอบตัว มาเซ็นคำรับสารภาพที่ก่อเหตุลงไป โดยมีมารดาของนายโชคชัย และทนายความ มาเดินทางมาร่วมรับฟังข้อกล่าวหาด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากหลังการมอบตัวของนายโชคชัยตั้งแต่เมื่อวาน นายโชคชัยเกิดอาการเครียดหนักประกอบกับเจ้าตัวมีโรคประจำตัวอยู่หลายโรค จนทำให้ความดันขึ้น และทางเจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนแผนนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเซ็นรับทราบข้อกล่าวหาของผู้ต้องหา ยอมให้การรับสารภาพความผิดทั้งหมด ซึ่งในช่วงระหว่างนี้ สังเกตตัวผู้ต้องหา เกิดความเครียดอย่างหนัก แม้จะไม่แสดงอาการ แต่สีหน้าบ่งบอกได้ชัด ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจำลองเหตุการณ์ที่บริเวณด้านข้างโรงพัก แทนการไปทำแผนที่จุดเกิดเหตุ เนื่องจากเจ้าตัวเกรงว่า จะไม่ได้รับความปลอดภัย โดยใช้เวลาทำแผนประกอบคำรับสารภาพประมาณ 20 นาที จึงเสร็จสิ้น หลังจากนั้น จึงได้นำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายในขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถาม นายวชิราวุธ ศรีสินทน ทนายความของนายโชคชัย  ได้รับการเปิดเผยว่า ลูกความของตนเอง เขาเป็นคนที่รักครอบครัว และมีความขยันตั้งใจ เพื่อหาเลี้ยงแม่และครอบครัวมาตลอด แต่เนื่องจากยังคงผูกใจเจ็บกับเรื่องภรรยาเก่าที่นายวันชัยผู้ตาย ซึ่งเป็นอดีตเพื่อนรักกันมาก มาตีท้ายครัวจนทำให้หัวใจแตกสลาย และผูกใจเจ็บมาหลายปี จึงหยุดความยั้งคิดไปก่อเหตุดังกล่าว ส่วนการหลบหนีทราบว่า หลังก่อเหตุนายโชคชัยได้เกิดความกลัวก่อนจะจอดรถบรรทุกแล้วหลบหนีไปหลายที่ประมาณ 3-4 จุด จากนั้น จึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาญาติที่เป็นทหารคนหนึ่ง เพื่อให้พาเข้ามอบตัว

ด้านเพื่อนของนายโชคชัย ที่เดินทางมาโรงพักด้วยความเป็นห่วง เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า นายโชคชัย ถือว่าเป็นคนดี เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน และไม่เคยมีนิสัยโหด หรือดุร้ายอะไร แต่ก็ยังตกใจอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็รู้สึกตกใจที่ว่านายโชคชัยไปก่อเหตุดังกล่าว

ขณะที่นายพุธ ซึ่งเป็นน้าเขยของของนายโชคชัย ยืนยันอีกเสียงหนึ่งว่า นายโชคชัย เป็นคนดี ไม่โหดร้าย ขยันทำงาน ตั้งใจทำมาหากิน  แต่เนื่องจากนายวันชัย ผู้ตายมีส่วนทำให้ความรักล่มสลายเมื่อ 3 ปี ก่อนจึงทำผูกใจเจ็บมาตลอด ทั้งที่สมัยก่อนนายโชคชัยกับนายวันชัยถือว่าเป็นเพื่อนรักกันมาก เพราะมีอาชีพรับจ้างขนดินเหมือนกัน และมักจะพากันไปหารับงานด้วยกันมาตลอดจนถึงขนาดเป็นเงาติดตัว กินนอนมาด้วยกันหลายปีแล้ว ก่อนจะมามีปัญหาหานายโชคชัยถูกตีท้ายครัว

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเพื่อนที่สนิทของนายโชคชัยด้วยว่า  ก่อนหน้านี้ นายโชคชัยเคยโดยผู้ตายข่มขู่ว่า จะมายิงให้ตาย ถ้ามีปัญาหาเยอะ ซึ่งในชนวนเหตุนี้ จึงทำให้นายโชคชัยมีความผูกใจเจ็บด้วย เพราะโดนตีท้ายครัวแล้ว ยังมาถูกขู่ฆ่าอีก ส่วนในการดำเนินคดี พบว่า นอกจากจะมีมารดาและทนายความของผู้ต้องหามาแล้ว ยังมีบรรดาเพื่อนฝูงของนายโชคชัย ต่างแห่กันมาเพื่อขอยื่นประกันตัวเพื่อนรัก ซึ่งในขณะนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ นายโชคชัยต้องถูกข้อหาดำเนินคดี 3 ข้อหา ฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป








ภาพ/ข่าว ต้อย​ รอบ​รั้ว​ ภูธร​

ขับเคลื่อนโดย Blogger.