Header Ads




ราชบุรี - สภากาชาดไทย ฉีดวัคซีนต้านโควิดแก่ผู้หนีภัยการสู้รบที่พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน จ.ราชบุรี




วันที่ 26 ต.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิชาต ชินวรรณโณ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ในฐานะผู้แทนเลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 เชิงรุก แก่ผู้หนีภัยจากการสู้รบ ที่พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดยมีนายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย พลโทนายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์ และประชานามัยพิทักษ์ นายชยาวุธ จันทร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ร่วมในพิธีซึ่งการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 เชิงรุก ให้แก่ผู้หนีภัยจากการสู้รบที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามหลักมนุษยธรรมเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ยากแก่เพื่อนมนุษย์ ที่ยากไร้ เดือดร้อน และไร้โอกาสให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกเชื้อซาติ ชนชั้น วรรณะ ศาสนา


 การให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 เชิงรุก ให้แก่ผู้หนีภัยจากการสู้รบฯในครั้งนี้ ใช้วัคซีนชิโนฟาร์มซึ่งได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย โดยเป็นวัคซีนที่สภากาชาดจีนได้น้อมเกล้า น้อมกระหม่อมถวาย และเป็นความร่วมมือร่วมใจกัน ในการทำงานด้านมนุษยธรรมของหน่วยงาน และองค์กรทุกภาคส่วน ทั้งสภากาชาดไทย กระทรวงมหาดไทย จังหวัดราชบุรี โรงพยาบาลสวนผึ้ง IRC UNHCR รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน


 สำหรับการปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 เชิงรุก ให้แก่ผู้หนีภัยจากการสู้รบที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน ที่ ศูนย์พักพิงชั่วคราวฯ บ้านถ้ำหิน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี กำหนดวันให้บริการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 คือ วันที่ 25 - 26 ตุลาคม 2564 โดยมีผู้รับบริการฉีดวัคซีนฯ จำนวน 1,295 คน ส่วนเข็มที่ 2 จะมีขึ้นเดือนพฤศจิกายน 2564 ซึ่งการปฏิบัติงานครั้งนี้ ได้มีการ นำระบบบริการฉีดวัคซีนฯ ที่มีการบันทึกข้อมูลของผู้ฉีดวัคซีนฯ ด้วยระบบเทคโนโลยีแบบแสกนใบหน้าและแบบสแกนม่านตาที่ได้รับการพัฒนาโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค และ iRespond พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบหมอพร้อมของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อลงทะเบียนฉีดวัคซีนให้กับผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยและไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร์ ซึ่งใช้วิธีกำหนดรหัสประจำตัวบุคคลด้วยการขึ้นต้นด้วยตัวอักษร 1 ตัว ตามด้วยหมายเลข 13 หลักเป็นการชั่วคราวให้กับผู้รับวัคซีนฯ 


 ทั้งนี้สภากาชาดไทย ร่วมกับภาคีเครือข่ายได้ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เชิงรุก เป็นการดำเนินงานตามหลักมนุษยธรรม ช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ยากแก่เพื่อนมนุษย์ที่ยากไร้ เดือดร้อน และไร้โอกาส ให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งการได้รับวัคซีนฯ ครอบคลุมทุกคนอย่างรวดเร็ว จะช่วยลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้อย่างมาก รวมทั้งเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ของคนในประเทศ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสภากาชาดไทย หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ  ดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยให้บริการฉีดวัคซีนฯ ไปแล้ว จำนวน 18,211 โดส


////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


สุจินต์ นฤภัย(เต้) จ.ราชบุรี






ขับเคลื่อนโดย Blogger.