อนุทิน เยือนกระบี่ อนุมัติวัคซีน จำนวน 500,000 โดส ฉีดเดือน ตค.นี้ sinovac กับ AstraZeneca ให้กระบี่ พร้อมส่งมอบวัคซีนพื้นที่เป้าหมาย เพื่อเปิดเมือง พื้นฟูเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวและให้กำลังใจข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด 19

 


วันนี้ (7 ตุลาคม 2564)  นายอนุทิน  ชาญวีรกูล  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตรวจเยี่ยมการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( COVID -19) พื้นที่จังหวัดกระบี่  โดยมี  นายพุฒิพงศ์  ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  กล่าวต้อนรับ เข้าร่วมประชุม  รับและส่งมอบวัคซีนจาก  ผู้บริหารจากทั้ง 2 กระทรวง โดยมี องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น  สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพนมเบญจา (ชั้น) 5 ศาลากลางจังหวัดกระบี่ 

จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 2019 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกนับตั้งแต่ เดือนมกราคม ๒๕๖๓  ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ชะลอตัวไปจนถึงหยุดชะงัก ร้านอาหาร ห้างร้าน โรงแรม และกิจกรรมการท่องเที่ยวต้องหยุดให้บริการ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว รัฐบาลได้ประกาศ "เปิดประเทศ" ไว้เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๔ เดินหน้าแผนระยะที่ ๑ โดยทำการทดลองเปิดพื้นที่นำร่องในรูปแบบ Sandbox ซึ่งจังหวัดกระบี่ เริ่มเปิดเกาะพีพี เกาะไหง หาดไร่เล  ก่อนแผนระยะที่ ๒ เป็นการผ่อนผัน ในเรื่องของระยะเวลาในการทำกิจกรรมในสถานที่ต่าง ๆ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ และแผนระยะที่ ๓ การเปิดจังหวัด           เปิดประเทศ ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔


  จังหวัดกระบี่ เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่นำร่องระยะแรกที่พร้อมจะเปิดจังหวัด  จึงกำหนดเป็นนโยบายให้ประชาชนได้รับวัคซีนอย่างน้อย ร้อยละ 70 หรือประมาณ 352,653 คน จากประชากรทั้งหมดประมาณ 504,00 คน ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มหนึ่งแล้วทุกคนจะได้รับวัคซีนเข็มสองภายใน เดือนตุลาคมนี้ คิดเป็นร้อยละ ๓๘ กระทรวงสาธารณสุขยังคงเร่งให้วัคซีนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ครบตามเป้าหมายโดยเร็วที่สุด เพื่อเปิดเมือง  พื้นฟูเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว พร้อมส่งมอบวัคซีน จำนวน 500,00. โดส   

กระทรวงสาธารณสุขมีความพยายามอย่างยิ่งที่จะให้การเปิดประเทศครั้งนี้  ไม่ก่อให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับทั้งสุขภาพประชาชนควบคู่ กับเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว  การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 จึงเป็น "วาระแห่งชาติ"ที่ประชาชนในแผ่นดินไทยจะต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 70% หากประชาชน มีความประสงค์จะเข้ารับวัคซีนมากกว่านั้น กระทรวงสาธารณสุขก็ได้เตรียมวัคซีน สำหรับปี 2564 ไว้ถึง 125ล้านโดส วัคซีนทางเลือก 27 ล้านโดส รวมถึง การได้รับบริจาคจากประเทศต่างๆ มาเป็นระยะ  


โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า        ได้นำวัคซีนโควิด 19 ส่งมอบให้กับจังหวัดจำนวน 500,000 โดส เพื่อกระจายไปยังจุดฉีดต่างๆ และฉีดให้กับประชาชนภายในเดือนตุลาคม  ให้เกิดความครอบคลุมโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังเร่งรัดให้มีการฉีดวัคซีนในกลุ่มนักเรียน ให้ทันการเปิดเรียนในช่วงเดือนพฤศจิกายน และกลุ่ม อสม.ต้องได้ 100% ซึ่งทุกหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขพร้อมให้ความร่วมมือในกำหนดมาตรการและติดตามการดำเนินงานที่สำคัญประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด (Universal Prevention) และสถานประกอบการดำเนินการตามแนวทาง Covid Free Setting เพื่อให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยที่สุดภาคบ่ายลงพื้นที่อำเภอเกาะลันตาเพื่อดูจุดก่อสร้างสะพานข้ามเกาะลันตา หัวหิน –  คลองหมาก และตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม  ร 15  พัน 1 อำเภอคลองท่อม เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามลำดับต่อไป


ข้อมูลข่าว / ภาพ

มโนธรรม ใจหาญ จ.กระบี่ รายงาน





ขับเคลื่อนโดย Blogger.