นนทบุรี  แม่น้องอายให้โอกาสอดีตสามีลูกสาวที่ฉุดกลางห้างดังอีก1ครั้งส่วนหลานผลัดดูแล



    เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 6 ต.ค.64 นายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือทนายโป้งประธานชมรมทนายความจิตอาสา พร้อมด้วยน.ส.บังอร  ทับอ่ำ อายุ 38 ปี (แม่น้องอาย)อาชีพ ค้าขาย น.ส.จิราภรณ์ (น้องอาย) น.ส.ชญาภา แย้มเหมือน (พี่สาวน้องอาย) ส่วนฝ่ายคู่กรณี น.ส.พนารัตน์ เอี่ยมผ่องใส อายุ 38 ปี( แม่เต้) นายเต้ , พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่พม.จังหวัดนนทบุรี นักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาได้ร่วมกันพูดคุยไกล่เกลี่ยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

    น.ส.บังอร ทับอ่ำ อายุ 38 ปี (แม่น้องอาย)เปิดเผยว่า น้องอายเลือกที่จะกลับไปอยู่กับนายเต้ ตนเลยให้โอกาสอีก 1 ครั้ง โดยเต้บอกกับอายว่าจะทำตัวใหม่และเริ่มต้นชีวิตใหม่ วันนี้ที่ตนออกมาเรียกร้องไม่ได้ต้องการอะไรแค่ตนรักลูกและอยากจะไม่ให้ใครมาทำร้ายลูก อยากให้มีชีวิตที่ดีไม่อยากให้ใครมาตบตี เหมือนที่ผ่านมา แค่ให้รักลูกของตนจริงๆไม่ใช่สร้างภาพต่อหน้าคนอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ก้าวร้าวกับทุกคน หลังจากการพูดคุยมีการตกลงกันว่าตอนกลางวันจะรับน้องอตอม วัย 8 เดือนไปเลี้ยงระหว่างที่อายไปทำงานแต่ตอนกลางคืนหลังจากเลิกงาน จะเอาน้องอตอม ไปนอนด้วย ส่วนน้องคอปเตอร์วัย 1 ขวบเค้าจะอยู่กับแม่ของเต้ ซึ่งตนไม่ได้เลี้ยงอยู่แล้วแต่ตนยังไม่มั่นใจเกรงว่ากลับไปจากที่นี่ แฟนของอาย จะเป็นอีกคนนึงหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ขนาดต้นไปจอดรถหน้าบ้านเต้ยังด่าตนไม่ให้ไปเหยียบ ตนอยากเลี้ยงหลานทั้งสองคนเพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด ถ้าลูกเป็นคนเลือกต้นก็ต้องยอมรับแค่ขออย่ามาก้าวร้าวอีกก็พอตอนนี้รู้สึกเสียใจที่ตนปกป้องลูกได้ไม่เต็มที่ ต้นไม่ได้มาเรียกร้องเพื่อจะต้องการเงินสำหรับตนมันไม่สำคัญตนแค่อยาก ให้ดูแลลูกให้ดีที่สุด

   ทางด้านนายนนท์ธนัย ตลับทอง นิติกร สนง พมจ.นนทบุรี กล่าวว่าวันนี้ทางพ.จังหวัดนนทบุรีเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย ของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายโดยทำบันทึกข้อตกลง ว่าจะดูแลลูกหลานกันอย่างไรแต่ถ้าไม่ดำเนินการตามข้อตกลงจะดำเนินการในชั้นศาลต่อไป แต่ในการพูดคุยทั้งสองฝ่ายยอมที่จะอยู่เป็นครอบครัวที่อบอุ่นและจะยอมทำตามข้อตกลง

    ทนายโป้ง กล่าวว่าเบื้องต้นได้รับทราบ จากเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรี ที่ได้เข้ามาสอบถามข้อเท็จจริง ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย เบื้องต้นได้ข้อยุติว่า ทั้งคู่จะทำบันทึกข้อตกลงและให้พนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าฝ่ายชายรับว่าจะไม่กระทำความผิดหรือจะไม่กระทำความรุนแรงกับฝ่ายหญิงอีกถ้ากระทำอีกจะยินยอมให้สู่กระบวนการทางกฎหมายคือให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามพ. รบ.ความรุนแรงในครอบครัวได้เลย ซึ่งตามพรบคุ้มครองความรุนแรงในครอบครัวตอนนี้ทางฝ่ายหญิงจะได้รับความคุ้มครองแล้วถ้าเกิดต่อไปนี้ฝ่ายชายทำอะไร รุนแรงกับฝ่ายหญิงอีกแล้วความปรากฏ พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการร้องทุกข์ดำเนินคดีได้เลยโดยที่ฝ่ายหญิงไม่ต้องร้องทุกข์ด้วยตัวเองแล้ว 


ภาพ/ข่าว  ฉัตรมงคล สิงห์โต






ขับเคลื่อนโดย Blogger.