นนทบุรี เปิดใจภรรยาหลังสามีจะเอาเมียน้อยเข้าบ้านภรรยาไม่ยอมถูกสามีทำลายข้าวของ



     จากกรณีเพจดังเจ๊ม้อย vplus คลิปวีดีโอระบุข้อความว่า "#พังของในบ้านหมด ในเมื่อหย่าแล้วก็ไม่ควรทำเช่นนี้ ควรนึกถึงสภาพจิตใจของลูกบ้าง   เรื่องสาเหตุคงไม่ก้าวก่าย แต่ทำลายข้าวของพังทั้งหมดอันนี้ไม่สมควรอย่างยิ่ง ควรแยกแยะให้ออกนะคะ บางใหญ่ ผู้ชายมีเมียน้อย  แล้วจะพาเมียน้อยเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย  พี่สาวเราไม่ยอมเลยขอหย่า   พอหย่าเสร็จก็มาทำลายข้าวของ  ของลูกของเมียไม่เหลืออะไร ไม่สงสารลูกเมียเลย "

    เมื่อเวลา 14.00 น วันที่ 15 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ หมู่บ้านเดอะแพลนท์คลองบางไผ่ หมู่ 11 50/31 ซอย 2 ตำบลบางแม่นางอำเภอบางใหญ่จังหวัดนนทบุรีพบ นางสาวธัญญรัศม์ หรือแพ อมลวิมลวัฒน์ อายุ 38 ปี ภรรยาของนายจิราวัฒน์ อมรภิมลวัฒน์  เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าว โดยนางสาวธัญญรัศม์ เปิดเผยว่าเขาขอให้ตนกลับมาอยู่ที่บ้านและเริ่มชีวิตใหม่เหมือนเดิม ตนรับไม่ได้และขอหย่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค. เขาเป็นคนเลือกวันเอง ซึ่งเป็นวันเกิดของตน เหตุผลที่ขอหย่าเป็นเพราะว่าเขามีผู้หญิงคนอื่นและต้องการให้ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้าน มาร่วมกันใช้ชีวิตและช่วยกันทำมาหากิน เขาจะใช้วิธีการ 3 คน 2 ทาง ตนถามว่าผู้หญิงคนไหนจะรับได้ ตนรับไม่ได้และลูกตนก็รับไม่ได้ เขาก็ว่าตนไม่เคยฟังเขาเลย ซึ่งตลอดเวลาที่ฟังก็จะจบลงที่ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนดีที่สุด เอาตนมาเปรียบเทียบทุกอย่าง ตนเหนื่อยในทุกๆอย่าง พอไม่พอใจก็เหวี่ยงโวยวายเขวี้ยงของ ตนเป็นคนอารมณ์ร้ายแต่ไม่เคยทำร้ายข้าวของ ตนบอกว่าถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องก็ให้ไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นตนหลีกทางให้ขอใช้ชีวิตอยู่กับลูก วันที่หย่าตนก็พูดไปแล้วว่าขอบ้านหลังนี้เพราะจะอยู่กับลูก ซึ่งบ้านหลังนี้ตนไม่ได้จ่ายมาแล้ว 2 ปี รถก็ไม่ได้ผ่อน บ้านก็ไม่ได้ผ่อน เพราะติดปัญหาโควิด ตอนนี้ตนหมดตัวหมดทุกอย่าง แม้แต่เงินในบัญชี เขาบอกว่าเขาก็ไม่มีและให้กลับมาเริ่มสร้างด้วยกันแต่เขาต้องการให้คนกับเขาเข้ามาอยู่ ถามว่ามีใครบ้างที่จะให้คนที่สามเข้ามาอยู่ วันที่ 11 ที่ขอหย่าเขายังฉีกใบหย่าเลย คือตนขอร้องดีทุกอย่างไม่เคยไปทำลายข้าวของอะไร แต่วันที่มีเรื่องทำร้ายร่างกายกันตนก็ต้องสู้เพราะตนก็เจ็บปวดเหมือนกัน ตนทำเพื่อป้องกันตัว แล้วกับน้องของตนคือเขารักถ้าเขาไม่รักเขาคงบอกตั้งแต่วันแรกแล้วที่รู้ว่าผู้ชายมีคนอื่น จนตนมาจับได้ ทุกวันนี้เขายังบอกว่าเลิกกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ เอารูปผู้หญิงคนนั้นไปให้ร้านส้มตำร้านขายของชำดูเขาจะให้ตนไปเอาสมบัติที่บ้านเขาไปโวยวาย ซึ่งมันไม่ใช่สิทธิ์ของตน จะให้เขากับเมียน้อยมาอยู่ด้วยกันมันใช่หรอ เขาจะเอาลูกเข้าไปบ้านเขาก็ต้องถามลูกก่อนว่าอยากไปมั้ย ลูกต้องการเข้าไปหาอาม่าแต่ที่เข้าไปไม่ได้เพราะว่าเขาด่าพวกเราไว้ นี่คือสิ่งที่ตนอยากจะพูด ขอบคุณสำหรับ 15 ปีที่ผ่านมา ไม่คิดว่าจะทำร้ายตนได้ขนาดนี้ ตนไม่เคยไปยุ่งกับผู้หญิงคนไหน แต่ผู้หญิงของเขากลับมายุ่งจนน้องของตนทนไม่ไหว แล้วก็มาโทษว่าตนคือคนทำลายชีวิตของครอบครัวพัง 2 วันที่ผ่านมาจากสภาพบ้านที่เห็น เขาไปอินบ็อกซ์ ไปแชท ไปคอมเม้นท์ใต้โพสต์ตนกับลูก บอกให้ตนกลับบ้านแต่ใครจะกล้ากลับ ขนาดลูกยังไม่กล้ากลับเลย จนลูกบอกว่าแม่หยุดเถอะปล่อยเขาไปลูกจะอยู่กับแม่และจะพร้อมจะช่วยแม่ ตนเลยตัดสินใจว่า 2 เดือนหลังตนไม่นอนด้วยและก็ขอหย่า ตนอยากขอให้ต่างคนต่างอยู่ส่วนค่าเลี้ยงดูที่ขอไปขอเริ่มเดือนมกราคมปีหน้า เพราะรู้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงโควิด-19 ต่างคนต่างไม่ได้ตั้งตัว แต่สิ่งที่ทำวันนี้เขาทำให้ไม่มีบ้านอยู่ บ้านหลังนี้ตนคงต้องคืนแบงค์เพราะผ่อนเดือนละสองหมื่นกว่าบาท ตนผ่อนไม่ไหวไม่มีปัญญา เพราะว่าตนเลี้ยงลูกมา 15 ปี ไม่ได้ทำงานเป็นแม่บ้าน ตอนนี้ตนกับลูกอยู่กับน้องสาวและเดี๋ยวดูว่าจะไปอยู่ตรงไหนต่อ ตอนนี้น้องสาวก็ไม่อยากให้ไปไกลเพราะมันอันตรายเพราะสิ่งที่เขาทำมันเกินคำว่าพ่อของลูก

   ล่าสุดผู้เสียหายเดินทางไปแจ้งความแล้วแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าให้ไปไกล่เกลี่ยกันก่อนเนื่องจากทรัพย์สินที่ถูกทำลายเป็นสินสมรส

    

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต





ขับเคลื่อนโดย Blogger.