ราชบุรี - โจ๋เมืองโอ่งกว่า 30 คน จัดปารตี้วันเกิดมั่วยา เย้ยพรก.ฉุกเฉิน



  เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ส.ค.64 พ.ต.อ.ชูเกียรติ ภูกาบพลอย รอง ผบก.ภ.จว.ราชบุรี รักษาราชการแทน ผกก.สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า มีกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่จ.ราชบุรี จัดปารตี้วันเกิดมั่วสุมยากัน ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ภายในหมู่ที่ 2 ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ธีรพล ว่องพาณิช รอง ผกก.ป.สภ.โพธาราม พร้อม พ.ต.ท.ธวัช แสงแก้ว สว.(สืบสวน) สภ.โพธาราม และจนท.ชุดสืบสวน สภ.โพธาราม เข้าตรวจสอบรีสอร์ทที่รับแจ้งจากสายข่าว 


  จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบกลุ่มวัยรุ่นภายในพื้นที่จ.ราชบุรี อายุต่ำกว่า 18 - 30 ปี จำนวน 36 คน เป็นวัยรุ่นชายจำนวน 24 คน วัยรุ่นหญิง จำนวน 12 คน รวมกันจัดปารตี้วันเกิดมั่วสุมยาเคกัน ภายในห้องคาราโอเกะชั้นล่างของรีสอร์ท จึงรายงาน พ.ต.อ.ชูเกียรติ ภูกาบพลอย รอง ผบก.ภ.จว.ราชบุรี รักษาราชการแทน ผกก.สภ.โพธาราม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมด พร้อมของกลางยาเค จำนวน 11 ห่อ รวมน้ำหนัก 5.5 กรัม และเจ้าของรีสอร์ทมาสอบสวนที่ สภ.โพธาราม


  เบื้องต้นจากการสอบสวน เจ้าของรีสอร์ททราบว่า เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 14 ส.ค. มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 10 คน ได้มาขอเช่าห้องพักภายในรีสอร์ท และแอบจัดปารตี้วันเกิดมั่วสุมยา โดยไม่ได้แจ้งให้เจ้าของรีสอร์ททราบ จนเมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้(15 ส.ค.) มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.โพธาราม แสดงตัวเข้ามาตรวจสอบกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ซึ่งขณะเข้าตรวจสอบกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้กำลังจะเช็คเอาท์ออกจากห้องพัก เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกลุ่มวัยรุ่นมีการตื่นตกใจ หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจึงพบของกลางเป็นยาเสพติด ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นยาเสพติดประเภทไหนและจำนวนเท่าไหร่ โดยทางเจ้าของยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นให้ที่พักกลุ่มวัยรุ่นมาแอบลักลอบจัดปารตี้วันเกิดมั่วสุมยาเสพติด 


  ขณะที่ พ.ต.อ.ชูเกียรติ ภูกาบพลอย รอง ผบก.ภ.จว.ราชบุรี เปิดเผยว่า กลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดได้ยอมรับว่า ได้มาขอเช่าห้องพักจริง แต่ไม่ได้แอบลักลอบจัดปารตี้วันเกิดมั่วสุมยา จึงให้เจ้าหน้าที่คุมควบตัวทั้งหมดมาตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสารเสพติดในร่างกาย พร้อมตรวจหาเชื้อโควิด-19 และส่งตัวทั้งหมดให้ ร.ต.ท.ณัฐนันท์ เจียรวนานนท์ พนักงานสอบสวนสภ.โพธาราม ดำเนินคดีในข้อกล่าวหา ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด อันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 แต่หากผลตรวจปัสสาวะของใคร พบมีสารเสพติดในร่างกายจะถูกตั้งข้อกล่าวหา รวมกันเสพยาเสพติดประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย เพิ่มไปด้วย ส่วนถ้าสอบสวนพบว่า ใครเป็นเจ้าของยาเสพติด จะถูกตั้งข้อกล่าวหา ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยผิดกฏหมาย และร่วมกันเสพยาเสพติดประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย ส่วนหากตรวจพบใครติดเชื้อโควิด-19 จึงส่งตัวเข้าสู่กระบวนการรักษาเมื่อหายดีแล้ว จะควบคุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป.


///////////////////////////////////////////////////////////////////////


สุจินต์ นฤภัย(เต้) จ.ราชบุรี





ขับเคลื่อนโดย Blogger.