ชาวนาจังหวัดนครสวรรค์ปรับเปลี่ยนผืนนาเป็นสวนอินทผลัมสร้างรายได้แบบยั่งยืน เผยให้ชิมจนพอใจก่อนซื้อกลับและได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก


นักท่องเที่ยวและชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์เริ่มเดินทางเข้าชมสวนอินทผลัมบ้านมีผล ในพื้นที่ ตำบลสร้อยละคร อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์กันอย่างต่อเนื่อง  หลังสวนดังกล่าวมีผลอินทผลัมที่เริ่มสุกและมีผลผลิตออกจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวได้ซื้อเป็นของฝากและรับประทานกันแล้วหลากหลายสายพันธุ์  ท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นสบาย อากาศบริสุทธิ์  โปร่ง  โล่ง กลางทุ่งนา พร้อมจุดถ่ายรูปเช็คอินที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว  ท่ามกลางมาตรการป้องกันโรคโควิด-19  ก่อนเข้าสวนโดยลงทะเบียน  วัดไข้และล้างมือด้วยแอลกอฮอล์กับผู้เข้าสวนทุกคน 

จากการเปิดเผยของนายมณเทียร เหมะสถล  เจ้าของสวนบอกว่า  ก่อนหน้านี้ตนเองนั้นทำนาข้าวทั้งหมด 12 ไร่  แต่เนื่องจากราคาข้าวตกต่ำมีรายได้ไม่แน่นอนไม่เพียงพอกับการดำรงค์ชีพ  จึงคิดหาอาชีพที่สร้างรายได้ให้ได้มากกว่าการทำนา  จึงปรับเปลี่ยนผืนนามาปลูกอินทผลัมโดยเริ่มปลูกตั้งแต่ปี 2561  ซึ่งในขณะนี้เริ่มมีผลผลิตออกมาจำหน่ายสร้างรายได้แล้ว  โดยอินทผลัมที่ปลูกมีทั้งสิ้น 4 สายพันธุ์  คือพันธุ์บาร์ฮี พันธุ์โคไนซี  พันธุ์นาวาเดอร์ และพันธุ์เคแอลวัน จำนวนกว่า 400 ต้น

โดยการจำหน่ายจะเปิดให้เข้าชมสวน  ซึ่งมีทั้งจุดถ่ายรูป  พร้อมกับให้ความรู้กับผู้ที่สนใจ  โดยตนเองจะคอยแนะนำและให้ความรู้ทุกอย่างโดยไม่ปิดบัง  ในขณะเดียวกันก็ให้นักท่องเที่ยวได้ชิมอินทผลัมก่อนเลือกซื้อ  ซึ่งถ้าหากชิมแล้วเกิดความพอใจค่อยซื้อกลับบ้าน  แต่ถ้าหากไม่พอใจไม่ซื้อทางสวนก็ไม่ว่าอะไร  ขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกค้า  ส่วนราคานั้นจะเริ่มต้นที่ราคาประมาณ 350-500 บาท แล้วแต่ขนาดและสายพันธุ์ของอินทผลัม  ซึ่งก็เริ่มสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำเพิ่มมากขึ้น  เนื่องจากอินทผลัมหนึ่งต้นจะให้ผลประมาณ 60-80 กิโลกรัม  คิดเป็นรายได้ต้นละประมาณกว่า 3 หมื่นบาท  ซึ่งลงทุนครั้งเดียวสร้างรายได้แบบยั่งยืนตลอดชีวิตทดแทนความเสี่ยงจากอาชีพทำนาข้าวได้เป็นอย่างดี










ภาพ/ข่าว อัมพณ จับ​ศร​ทิพย์

รูปภาพธีมโดย enot-poloskun. ขับเคลื่อนโดย Blogger.