สาวข้องใจโรงพยาบาลไม่ตรวจโควิดให้อ้างเตียงเต็ม ขณะที่ญาติพี่น้องอยู่ในกลุ่มเสี่ยงกักตัวทั้งชุมชนกว่า 40 ชีวิต



วันที่ 8 กรกฎาคม 64 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านภายในชุมชนสุดชานัง ม.1 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กรณีเรื่องโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอคลองหลวงปฏิเสธการตรวจหาเชื่อไวรัสโควิดให้ โดยโรงพยาบาลดังกล่าวอ้างว่าเตียงไม่รักษาไม่เพียงพอ ในขณะที่ทางชุมชนสุดชานังกว่า 40 ชีวิตซึ่งเป็นญาติพี่น้องกันทั้งหมดที่เป็นกลุ่มเสี่ยงได้กักตัวโดยไม่ได้ออกไปไหนวอนหน่วยงานเข้ามาดูแลด้วย


โดยนางฐิตาภรณ์(ขอสงวนนามสกุล)อายุ 38 ปีชาวบ้านในชุมชนสุดชานัง กล่าวว่าแฟนของพี่สาวตนเองมีอาการป่วยคล้ายติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้ไปตรวจหาเชื้อที่ รพ.แห่งหนึ่งปรากฎว่าพบเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้มากักตัวภายในบ้านพัก ซึ่งผู้ที่อยู่ใกล้ชิดที่สุดก็คือพี่สาวของตนเองที่เป็นแฟนกัน ซึ่งกลัวว่าจะได้รับเชื้อไปด้วยจึงได้เดินทางไปตรวจหาเชื้อที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอคลองหลวง ปรากฎว่าแพทย์ไม่ยอมตรวจให้และแจ้งว่าหากตรวจก็จะต้องรักษาซึ่ง รพ.มีเตียงไม่เพียงพอมีแต่แค่ตรวจโรคทั่วไปและแค่ให้ยากลับมากินเท่านั้นจึงเกิดความข้องใจว่าทำไมถึงไม่ตรวจให้ทั้งที่พี่ของตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยง


ด้านนางลุจานันท์ (ขอสงวนนามสกุล)อายุ 60 ปีชาวบ้านในชุมชนสุดชานัง กล่าวว่าชุมชนแห่งนี้มีบ้านเรือนจำนวน 25 หลังคาเรือนมีประชากรกว่า 40 คนซึ่งทั้งหมดเป็นญาติพี่น้องกันทั้งหมด โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาญาติพี่น้องมีการติเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งหมด 2 รายกักตัวรักษาอยู่บ้าน 1 รายและรักษาตัวที่ รพ. 1 ราย โดยในตอนนี้ทั้งหมดในชุมชนกว่า 40 รายรวมเด็กเล็กอีกจำนวนมากซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงเนื่องจากก่อนหน้านี้ทางผู้ติดเชื้อที่ยังไม่รู้ว่าติดเชื้อก็ได้เดินทางไปมาหาสู่กันทุกบ้านในชุมชนแห่งนี้เพราะเป็นเคลือญาติพี่น้องกัน ซึ่งพอรู้ว่าญาติติดเชื้อก็ดำเนินการกักตัวกันทั้งหมดโดยไม่ได้ออกไปไหน ที่ผ่านมาทาง อบต.คลองสามได้นำน้ำยามาฉีดพ่นให้เท่านั้นแต่ในขณะนี้อยากได้ความช่วยเหลือด้านอาหารการกินมากเพราะไม่กล้าออกไปไหนกลัวจะเป็นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19


ทางด้าน ผศ.(พิเศษ)ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม กล่าวว่าด้วยสถานการณ์โควิดขณะนี้คลองสามติดเชื้อสะสมแล้วกว่า 500 คนซึ่งทาง รพ.รัฐไม่เข้าไปตรวจจนกระทั่งคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต้องเดินทางไปตรวจยัง รพ.ที่มีบัตรประกันสังคมหากตรวจพบเชื้อทาง รพ.จำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบดังนั้น รพ.ต่างๆจึงไม่รับตรวจให้ซึ่งมันเป็นการผลักภาระไปให้ประชาชนรับผิดชอบตัวเอง ซึ่งตรงนี้มันเป็นสิ่งสำคัญมากหาก รพ.ไม่ตรวจกลุ่มเสี่ยงตรงนี้ก็จะมีการระบาดไปทั่วเพราะเขาไม่รู้ว่าติดหรือไม่ติด 


ทั้งนี้ตนเองได้รับทราบจากประชาชนชาวตำบลคลองสามมาเป็นจำนวนมากแล้วถึงเรื่องการปฏิเสธการตรวจจาก รพ.จึงขอให้ทาง รพ.ต่างๆทบทวนใหม่เพื่อขอให้รับตรวจให้กับประชาชนและให้คำแนะนำหากติดเชื้อแล้วให้กักตัวที่บ้านไปก่อนเพื่อที่จะประสานงานไปทาง รพ.สนามให้อีกครั้งนี้คือการแก้ปัญหาไม่ใช้ไม่ตรวจและผลักภาระให้ประชาชนรับผิดชอบตัวเอง จึงฝากถึง รพ.ทุกที่ให้พิจารณาใหม่เพราะมันคือหน้าที่และจรรยาบรรณของท่านและหากท่านยังภาระให้กับประชาชนอีกทางท้องถิ่นเองจะรวมตัวกันที่ รพ.ที่ไม่รับการตรวจต่อไป


วุฒิไกร พิมพ์เงิน /รายงาน







ขับเคลื่อนโดย Blogger.