ราชบุรี - ชาวบ้านสุดทน ขอศาลฟ้องฟาร์มหมูปล่อยน้ำเสียเกือบ 10 ปี 




 ชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.จอมบึง สุดทน พึ่งทนายอาสาขอศาลฟ้องฟาร์มหมู หลังปล่อยน้ำเสียมาเกือบ 10 ปี จนชาวบ้านหมู่ที่ 5 เกือบ 20 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก 


 วันที่ 8 ก.ค.64 ร.ต.สมชาย อามีน นายกสมาคมนักกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์และสิ่งแวดล้อม ทนายอาสาให้กับ นางสาวเสาวนิตย์ เจิมเกิด อายุ 51 ปี ชาวบ้านในหมู่ 5 ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี และชาวบ้านหมู่ที่ 5  ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัด เพื่อฟ้องฟาร์มหมูแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 9 ที่ปล่อยน้ำเสียลงไปในแปลงเกษตร โคก หนองนา ตามศาสตร์พระราชา จำนวน 5 ไร่ ทำให้ได้รับความเสียหาย ทั้งพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกไว้เน่าตายทั้งหมด  จึงได้เดินทางมาฟ้องศาลเพื่อขอให้ศาลได้พิจารณายื่นฟ้องฟาร์มหมูต้นเหตุ เพื่อเรียกร้องให้ทางฟาร์มได้ชดใช้ค่าเสียหาย และขอให้ปิดกิจการชั่วคราว เพื่อไม่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอีก 


 นางสาวเสานิตย์ ได้เล่าให้ทางผู้สื่อข่าวฟังทั้งน้ำตาว่า ตนอัดอั้นตันใจมาก เพราะมีที่ดินที่ติดกับฟาร์มหมู จำนวน 5 ไร่ และได้ปลูกพืชผลทางการเกษตร จนปี 2556 น้ำเสียจากฟาร์มหมูได้ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ที่ปลูกพืชผักไว้ แต่ตนคิดว่าเป็นการเกิดอุบัติเหตุจึงทำให้คันดินบ่อบำบัดของฟาร์มนั้นพัง จึงไม่ได้แจ้งความหรือเรียกร้องอะไร แต่พอช่วงหน้าฝนของทุกปีบ่อบำบัดก็พังอีก และน้ำเสียของทางฟาร์มก็ได้เข้าท่วมพื้นที่ของตนและชาวบ้านอีก ซึ่งตนได้แจ้งให้ทางฟาร์มนั้นได้รับรู้มาตลอด แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข จนต้องอัดคลิปวีดีโอและนำไปร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่เรื่องก็เงียบ 


 จนล่าสุดหลังจากพิษโควิดระบาด ตนได้นำเงิน 3 แสนบาท และได้ทำเป็นโครงการ โคกหนอง นา ตามศาสตร์พระราชา โดยแบ่งขุดสระน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ 1 ไร่ ปลูกพืชผักอีก 4 ไร่ หวังเก็บพืชขายไว้เลี้ยงชีพ ซึ่งทำมาเกือบปีและอีกประมาณ 5 เดือนจะสามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว แต่ก็เกิดน้ำเสียจากฟาร์มหมูเข้าท่วมพื้นที่ของตนอีกจนส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว จนทำให้ทุกอย่างที่ลงทุนมาเสียหายทั้งหมด ซึ่งทางฟาร์มหมูก็ไม่ได้รับผิดชอบและแก้ไขอะไรให้ตน ทำให้ตนไม่เหลืออะไรเลย ต้องอาศัยเงินจากผู้สูงอายุของแม่เลี้ยงชีพ นอกจากนี้ยังชาวบ้านหมู่ที่ 5 อีกประมาณ 20 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อนด้วย ตนจึงตัดสินใจมายื่นเรื่องต่อศาลเพื่อฟ้องฟาร์มหมู เพื่อเรียกร้องให้ทางฟาร์มได้ชดใช้ค่าเสียหาย และขอให้ปิดกิจการชั่วคราว 


 ขณะที่ ร.ต.สมชาย อามีน นายกสมาคมนักกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์และสิ่งแวดล้อม เป็นทนายอาสา ได้กล่าวว่า วันนี้ตนได้เดินทางมายื่นฟ้องในเรื่องของการประกอบกิจการสุกร ที่ปล่อยให้น้ำขี้หมูไหลลงแหล่งน้ำสาธารณะและพื้นที่ของชาวบ้าน จนทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเสียหาย  จึงนำมาฟ้องในคดีสิ่งแวดล้อม โดยมีชาวบ้านเป็นโจกท์ฟ้องสองคน เพื่อเป็นการฟ้องนำร่อง ก่อนจะนำชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนที่เหลือมาฟ้องตาม ซึ่งคำฟ้องนั้นจะเป็นการฟ้องละเมิดตาม พรบ.สิ่งแวดล้อม และ พรบ.สาธารณสุข เรียกค่าเสียหายให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายจากการประกอบกิจการของฟาร์มสุกร และให้มีการแก้ไขฟื้นฟูในเรื่องของการปล่อยน้ำเสีย รวมทั้งให้หยุดประกอบกิจการการเลี้ยงสุกรไว้ก่อนจนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหา 


 ซึ่งการฟ้องในคดีสิ่งแวดล้อม ต้องเสียสินทรัพย์ที่จะใช้ในการฟ้องนั้นจะค่อนข้างสูงพอสมควร ชาวบ้านต้องมาเสียค่าธรรมเนียมศาล ตนจึงได้ขอให้ศาลมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้อง ซึ่งศาลจะต้องมีการไต่สวนก่อนว่าจะมีการอนุญาตหรือไม่อย่างไร และหลังจากที่ศาลได้ไต่สวนแล้วอาจจะอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมทั้งหมด หรืออาจจะยกเว้นบางส่วนก็ได้ หลังจากนั้นศาลจึงจะสั่งรับฟ้องอีกครั้ง 


////////////////////////////////////////////////// 


สุจินต์ นฤภัย(เต้) จ.ราชบุรี






รูปภาพธีมโดย enot-poloskun. ขับเคลื่อนโดย Blogger.