ญาติร้องสื่อหลังสาววัย 34 ปี ทำศัลยกรรมหน้าท้องที่คลีนิคแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครแล้วเกิดอาการช๊อคเสียชีวิต ทางคลีนิคยังไม่ออกมาให้ความช่วยเหลือ



ผู้สื่อข่าวเดินทางมาที่วัดบ้านอ่าง ตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ที่เป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพนางสาวศิริกุล ราศีทรัพย์ อายุ 34 ปี หรือน้องโบ๊ท ที่เสียชีวิตจากการทำศัลยกรรมตกแต่งหน้าท้องในคลีนิคแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยผู้สื่อข่าวได้พบกับนางสาวศลิษา สิงห์สุขสวัสดิ์ อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นน้าของผู้ตาย ได้เล่าว่าน้องโบ๊ท เป็นหลานได้เดินทางไปยังคลีนิคดังกล่าว เพื่อไปทำศัลยกรรมตกแต่งหน้าท้อง เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.30 น พอไปถึงทางคลีนิคได้นำตัวน้องโบ๊ทเข้าห้องผ่าตัดทันที ซึ่งทางหมอศัลยกรรมใช้เวลาตั้งแต่ 10.00 น.จนถึงเวลาประมาณ 13.30 น.ในการผ่าตัดและทางคลีนิคได้แจ้งว่าน้องผ่าตัดเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ฟื้นเพราะฤทธิ์ยาสลบ จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น. ได้ขึ้นมายังบนตึกเพื่อดูอาการน้องโบ๊ท ซึ่งน้องโบ๊ทได้พูดคุยเป็นปกติ และยังได้เซลฟี่ถ่ายภาพตัวเองส่งมาให้คุณแม่ที่อยู่จันทบุรีได้ดู หลังจากนั้นไม่นานน้องโบ๊ทได้มีอาการปวดแผลอย่างรุนแรง ทางน้าจึงไปแจ้งเจ้าหน้าที่ของคลีนิคทราบ และทาวเจ้าหน้าที่ของคลีนิคได้มาฉีดยาไม่ทราบชนิดให้ หลังจากฉีดยาไม่ถึงสิบห้านาที น้องเริ่มหายใจไม่ออกและเกิดอาการหมดสติไป ทางเจ้าหน้าที่ของคลีนิคได้ CPR ในห้องผ่าตัด จนเวลาผ่านไป 30 นาที ได้มีรถพยาบาลเข้ามารับตัวน้องโบ๊ท ส่งไปยังโรงพยาบาลวชิระที่อยู่ใกล้เคียงคลีนิค และส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ด้วยอาการไม่รู้สึกตัว ทางทีมแพทย์ได้แจ้งว่าน้องโบ๊ทมีอาการน้ำท่วมปอด ไม่รู้สึกตัวต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา ซึ่งทางทีมแพทย์ได้พยายามรักษาอย่างเต็มความสามารถจนกระทั่งวันที่ 8 มิถุนายน 2564 เวลา ประมาน 19.30 น น้องได้เสียชีวิตลง ซึ่งทางแพทย์จากโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ได้ลงความเห็นว่าน้องเสียชีวิตจากอาการสมองขาดอากาศหายใจ ทำให้ทุกคนต่างช๊อคไปตามๆกัน หลังน้องเสียชีวิตทางคลีนิคได้มีการจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้ แต่ทางญาติได้ติดใจในสาเหตุของการเสียชีวิตจึงได้แจ้งทางโรงพยาบาลทราบและได้มีการส่งตัวน้องโบ๊ทไปชันสูตรหาสาเหตุที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งผลชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตจะใช้เวลาประมาณ 60 วัน ทางญาติจึงติดต่อรับศพกลับมาในวันที่ 9 มิถุนายน 2564 เพื่อนำกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ล่าสุดวันที่ 10 มิถุนายน 2564 ในช่วงสายทางเจ้าของคลีนิคได้มีการโทรมาแสดงความเสียใจ และส่งพ่วงหรีดมาให้ และแจ้งว่าจะเดินทางมาร่วมงานศพด้วยตนเอง ซึ่งทางญาติได้แจ้งกับทางเจ้าของคลีนิคไปแล้วว่าทางญาติยังติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตของน้องโบ๊ทอยู่ ที่ผ่านมาน้องเป็นเสาหลักของครอบครัว

ต้องดูแลคุณยายที่อายุถึง 84 ปี คุณแม่ ลูกสาววัย 10 ปี และต้องดูแลค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน ซึ่งน้องโบ๊ทเองมีอาชีพเปิดร้านขายโทรศัพท์ ในตัวเมืองจันทบุรี นอกจากนี้ยังได้ขายเครื่องสำอางค์ ขายประกันชีวิต และอื่นๆอีกมากมาย เพื่อหารายได้มาจุลเจือครอบครัว หลังจากนี้ครอบครัวจะต้องขาดเสาหลักของบ้านไป จึงต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมดังดังกล่าว

ภาพ/ข่าว ดนุชเดช ทองเปรม จันทบุรี






ขับเคลื่อนโดย Blogger.