นนทบุรี น้องชายร้องทนายดัง เรียกความเป็นธรรมให้กับพี่ชายที่เสียชีวิตกับแฟน 2 ศพ คาดว่าถูกตร.ถีบรถจยย.ล้ม หลังมาเข้าฝันให้ช่วย 2 วันติด



     เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 29 มิ.ย.64 ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถ.แจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  นายวุฒิชัย อัถมี อายุ 23 ปี อาชีพแมสเซนเจอร์ธนาคารน้องชายผู้เสียชีวิตได้เดินทางเข้าพบทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เนื่องจากนายวุฒิชัย อัถมี เข้ามาขอความเป็นธรรมให้กับพี่ชายคือนายสราวุฒิ อัถมี อายุ 30 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป และแฟนสาว น.ส.เพ็ญฐิกา แนนกระโทก อายุ 19 ปี ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย จากเหตุการณ์รถจยย.ยี่ห้อ Yamaha รุ่น Lexi 125 ทะเบียน 2ขพ4705 กทม.ขับหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้รถจยย.เสียหลักพุ่งชนกับรถแท๊กซี่ที่บริเวณสะพานพุทธ หลังจากนั้นนายวุฒิชัย น้องชายผู้เสียชีวิต รู้สึกแปลกใจในการเสียชีวิตในครั้งนี้จึงดำเนินการเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองสาน เพื่อขอดูกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ แต่ถูกปฏิเสธว่าไม่มีกล้อง และให้ดูแค่กล้องจากหมวกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขับไล่ในวันเกิดเหตุ หลังจากนั้นรู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติในคลิป และคาดว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะถีบรถจยย.ของนายสราวุฒิกับแฟนจนทำให้เสียชีวิตทั้งคู่ และไม่ยอมให้คลิปจากกล้องที่หมวกโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าถ้าอยากได้คลิปให้ไปเอากับทาง ผกก.หัวหน้าโรงพักซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบปิดรูปคดีอย่างรวดเร็ว จึงเดินทางเข้ามาให้ทนายรณรงค์ ช่วยเรียกร้องความเป็นธรรมในการขอคลิปเพิ่มเติมในการสรุปคดี เพื่อความเป็นธรรมกับครอบครัวด้วย

     นายวุฒิชัย เล่าวว่า วันที่ 17 มิ.ย.64 เวลาประมาณ 00.24 น. พี่ชายได้ขี่จยย. ล้มเสียชีวิตตนพร้อมแฟนสาว ตนจึงขอเข้าไปดูกล้องวงจรปิดและกล้องที่หมวกตำรวจทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภาพจากกล้องเห็นตำรวจสายตรวจขี่จยย.ไล่กวดตามมาจนถึงสะพานพุทธ ซึ่งถนนที่สะพานพุทธมีทั้งหมด 3 เลน พี่ชายอยู่เลนที่ 2 กึ่งๆสุดเลนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขับอยู่ในเลนที่ 1 ทางพี่ชายได้หักรถจะเข้าเลนที่ 1 หลังจากนั้นมีเสียงดังโครม และรถพี่ชายล้มไถลไปเลนที่ 3 ชนกับแท๊กซี่เสียชีวิตพร้อมกับแฟน จึงคิดว่าตำรวจทำเกินไปกว่าเหตุหรือไม่ถ้าเบี่ยงให้กันเล็กน้อยคงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ หลังจากนั้นวันที่ 18 มิ.ย.64 ตนได้เดินทางเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งเพื่อขอลงแจ้งความแต่ได้แค่เพียงลงบันทึกประจำวัน ร้อยเวรพูดกับตนว่าถ้าอยากได้ภาพก็ต้องรอจบคดี และต้องให้ผู้กำกับเซ็นยินยอม ถัดมาอีกวันร้อยเวรได้พูดกลับคำและตอบไม่ได้ว่ากี่วัน  หลังจากงานเผาศพพี่ชายเสร็จก็ยังไม่ได้ความคืบหน้าแต่อย่างใด ครอบครัวติดใจมากว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะถีบรถเพราะถ้าจะเสียหลักล้มน่าจะล้มตั้งแต่ทางโค้งไม่ใช่ทางตรง จึงอยากเรียกร้องให้ทางทนายรณณรงค์เรียกความเป็นธรรมให้กับพี่ชายของตน หลังจากศพเผาแล้วพี่ชายได้มาเข้าฝันว่ากลัวและให้ช่วยเรียกความเป็นธรรมให้ตน

     ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า เดี๋ยวจะทำหนังสือทวงถามไปที่ผู้กำกับในพื้นที่ เพื่อพิสูจน์หาหลักฐานกล้องวงจรปิดว่าลักษณะการล้มของรถจยย.คันนี้ถูกกระทำโดยการถีบหรือล้มด้วยตนเอง และร่องรอยในการล้มสามารถพิสูจน์ได้ก็ต้องตรวจให้ เพราะทางญาติติดใจว่าทางเจ้าหน้าที่ไปถีบรถจึงทำให้เสียชีวิต 2 ศพ แต่ถ้าทำหนังสือไปแล้วไม่มีคำตอบมาให้จะให้ทางครอบครัวไปยื่นกับตำรวจนครบาลให้ตั้งกรรมการเอาผิดผู้กำกับต่อไป ซึ่งทางผู้เสียหายสามารถมีสิทธิ์ดูกล้องวงจรปิดเนื่องจากถูกสงสัยว่าทำให้ทางครอบครัวเขาเสียชีวิต หลายๆคดีที่มีการกล่าวหาเกี่ยวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยิ่งต้องเปิดให้ประชาชนดู ไม่งั้นทางประชาชนจะต้องมาร้องเรียนกับทางสื่อ จริงๆแล้วกล่าวโทษได้เลยและให้ส่งทาง ปปช. ที่วันนี้ยังไม่ได้กล่าวโทษเพราะต้องการความมั่นใจว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดขึ้นจากอะไร และไม่อยากกล่าวโทษตำรวจโดยใช่เหตุแค่อยากได้คำตอบว่าผู้เสียชีวิต เสียชีวิตได้อย่างไร 


ภาพ/ข่าว  ฉัตรมงคล สิงห์โต







ขับเคลื่อนโดย Blogger.