ฝ่ายปกครอง​ พิมพ์​ภาพหลวงพ่อดำแจกชาวบ้านเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในช่วงโควิด-19ระบาดในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์


เมื่อช่วงสายวันที่ 30 เม.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่จังหวัดนครสวรรค์ นายกิตติ ลิ้มศิริชัย ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) รักษาราชการแทนนายอำเภอไพศาลี ได้ร่วมกับหน่วยงานราชการและเอกชน จัดพิมพ์ภาพหลวงพ่อดำ วัดสระทะเล หมู่ที่ 8 ตำบลโคกเดื่อ อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ โดยคณะผู้จัดทำได้ทำการจุดธูปเทียนบอกกล่าวต่อหน้าองค์หลวงพ่อดำเพื่อขอจัดพิมพ์ภาพหลวงพ่อดำเพื่อแจกจ่ายกับชาวบ้านในพื้นที่อำเภอไพศาลี เนื่องจากหลวงพ่อดำเป็นสิ่งสักสิทธิ์คู่เมืองไพศาลีมานานมาก และปกป้องเมืองไพศาลี จนทำให้เมืองไพศาลีพ้นภัยพิบัติมาหลายต่อหลายครั้ง จนในครั้งนี้จึงได้จัดทำภาพสีของหลวงพ่อดำมาแจกให้กับชาวบ้าน ซึ่งขบวนจะเริ่มแจกตั้งแต่หน้าที่ว่าการอำเภอไพศาลี วนไปทั้วตลาดไพศาลี และบางส่วนให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รับไปแจกลูกบ้านต่อ เพื่อเป็นการฟื้นฟูจิตใจของชาวไพศาลี และสร้างความเชื่อมั่น พร้อมทั้งเป้นกำลังใจให้กับชาวไพศาลี


สำหรับประวัติหลวงพ่อดำ ชาวบ้านค้นพบเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ดำทมึนกลางป่ารกชัฏอยู่สามองค์ แต่ปัจจุบันเหลืองเพียงองค์เดียว จึงเรียกขานตามกันว่า หลวงพ่อดำ วัดสระทะเล ตลอดมาจนทุกวันนี้ สมภารผู้ครองวัดนี้ ทั้งยุคต้นและยุคกลางไม่มีใครทราบ แต่พระครูนิมิตรพุทธิสาร (โอน ฐิตปัญโญ) ศิษย์เอกพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (เดิม พุทฺธสโร) อดีตเจ้าคณะอำเภอไพศาลี/อดีตเจ้าอาวาสวัดโคกเดื่อ กล่าวว่า มีผู้เล่าขานบอกต่อกันมาว่า ในยุคท้ายก่อนจะเป็นวัดร้างนั้น มีสมภารองค์หนึ่ง ชื่อ"หลวงตาเจ๊าะ"ผิวดำร่างสูงใหญ่คล้ายคนโบราณทั่วไป และเรืองวิทยาคมเป็นอย่างยิ่ง ต่อมาพ.ศ. 2498 ในสมัยกำนันพูน แก้วคง ได้ชักชวนชาวบ้านนำสังกะสีมายกมุงคลุมองค์ พระให้ แต่ก็เสื่อมโทรมไปตามสภาพกาล และเมื่อ พ.ศ. 2518 ได้มีเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรออกมาสำรวจ สันนิษฐานว่า เป็นประติมากรรมโบราณสถานที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย มีอายุราว 700 ปีเศษ ชาวบ้านเล่าขานบอกต่อกันมาว่า นอกจากพระพุทธรูปองค์ใหญ่นี้แล้ว ยังมีองค์เล็กนั่งข้างองค์ใหญ่อีก 2 องค์ คงเป็น อัครสาวกซ้ายขวา คือ พระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร แต่ทั้งสององค์เล็กนั้น ได้ถูกโจรกรรมหายไป นานแล้ว แม้แต่พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เหลืออยู่นี้ ก็เคยถูกบาปชน เจาะเข้าที่พระนาภี ค้นหาทองคำแล้วใช้ของแข็ง ตีที่พระกรข้างขวา หักหลุดขึ้นไปเกือบถึงช่องพระกัจฉะ แล้วตีเลยขึ้นไป ถึงพระพักตร์ ถูกบริเวณพระนาสิกและพระโอษฐ์แตกหลุดออกมา จนเห็นพระนาสิกและพระโอษฐ์ชั้นในจนถึงทุกวันนี้ สวนเดนทรชนที่ทำร้ายพระพุทธรูปนั้น หลบหนีไปที่"บ้านดอนคา" อำเภอท่าตะโก แต่ยังไม่ทันเข้าหมู่บ้าน กรรมก็ตามสนองถูกลอบทำร้ายด้วยอาวุธปืนตายอย่างอนาถ ส่วนองค์พระที่ชำรุดนั้นได้มีพ่อค้าชาวจีน ชื่อนายพันเล้ง ค้าขายอยู่ในตลาดบ้านพังม่วง หรือตลาดโคกเดื่อปัจจุบัน บริจาคปูนให้ช่างซ่อมพระกรขวา และพระนาภีสมบูรณ์ดีดังเดิม ส่วนพระพักตร์นั้นช่างไม่กล้าซ่อม จึงเป็นรอยบากแตกให้เห็นถึงปัจจุบัน ซึ่งชาวบ้านที่รู้กันดีว่าจะบนอะไรก็มักที่จะสมหวัง เด่นๆ ก็ขอให้เลื่อนขั้น เพราะว่าหลวงพ่อดำชอบคนทำงานราชการ แต่ก็ไม่แคล้วจะขอโชคลาภก็ยังมีคนที่สมหวัง

ภาพ/ข่าว  อัมพณ จับศรทิพย์










ขับเคลื่อนโดย Blogger.