ราชบุรี - สาวท้องแจ้งความ ถูกตร.บุกค้นบ้านกลางดึก อ้างจับยาแต่นำเงินฝากท้องไปด้วย


          สาวท้อง โร่แจ้งความขอความเป็นธรรม หลังถูกตร.บุกค้นบ้านกลางดึก อ้างจับยาแต่นำเงินฝากท้อง 9,500 บาทไปด้วย พร้อมให้ญาตินำเงิน 30,000 บาท มาเคลียร์คดี ด้าน ผบก.ภ.จว.ราชบุรี แจงเร่งสอบสวนพยานหลักฐาน พร้อมจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

          วันที่ 7 ม.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากน.ส. เอ (นามสมมุติ)  อายุ 18  ปี ว่าถูกตำรวจบุกเข้าไปตรวจค้นยาเสพติดภายในบ้านยามวิกาล  โดยไม่มีหมายตรวจค้น และไม่พบยาเสพติด หรือสิ่งผิดกฏหมายแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าว ยังนำเงินที่ตนเองตั้งใจจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์ไปด้วย  โดยมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของบ้าน

          ล่าสุดผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 155/3  หมู่ 2  ต.เตาปูน  อ.โพธาราม  จ.ราชบุรี เพื่อพบกับ น.ส. เอ  (นามสมมุติ)  และนางทิพย์  ทองมอญ  อายุ 56 ปี  ซึ่งเป็นป้า และ นายบี  (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นน้องชาย โดยทั้งหมดเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์  โดย น.ส.เอ ได้เล่าว่าเมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 4 ม.ค.64  ตนกำลังนอนพักอยู่ในห้องนอน  จู่ๆได้มีชายฉกรรจ์ 2 คน เดินเข้ามาในบ้าน ทำให้ตนตกใจ และถามว่าเข้ามาทำไม แต่ได้รับคำตอบว่ามาตรวจค้น ตนจึงขอดูบัตรและหมายค้น แต่ชายทั้งสองคนสั่งให้นั่งลงดูอยู่เฉยๆ  และถามหา นายอดิศร ทองมอญ ซึ่งเป็นสามีของตน ที่เพิ่งจะพ้นโทษออกมาจากเรือนจำกลางราชบุรีในข้อหาพยายามฆ่าเมื่อประมาณปีกว่าที่ผ่านมา ซึ่งตนได้บอกว่าไม่อยู่ จากนั้นชายฉกรรจ์ 2 คน ได้พากันออกมาข้างนอก ซึ่งตนยังเห็นผู้ชายอีกหลายคนอยู่ที่หน้าบ้าน โดยกำลังถกเถียงกับ นายบี น้องชายอยู่ เนื่องจากน้องชายของตนนั้นสอบถามว่า มีหมายค้นหรือไม่  กลับได้รับคำตอบว่าไม่มี ซึ่งต่อมาจึงทราบว่าชายทั้งหมดนั้นเป็น จนท.ตำรวจจริง จากนั้น จนท.ทั้งสองคน ให้ตนพาเข้าไปตรวจค้นภายในบ้านอีกครั้ง  ซึ่งไม่พบอะไรที่ผิดกฎหมาย  แต่ไปพบเงินสดในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง จำนวน 9,500 บาท  แต่ จนท.ทั้งสองคนถามตนว่าเงินอะไร  ตนจึงบอกว่าเป็นเงินที่ตนยืมมาจะนำไปเป็นค่าฝากครรภ์ แล้วตนจึงวางเงินเอาไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งและเดินออก ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันป้าของตนเดินมา  ตนจึงได้เข้าไปนำเงินทั้งหมดมาฝากไว้ที่ป้าของตน  แต่จนท.ทั้งสองคน กลับสอบถามว่า เงินเมื่อกี้อยู่ไหน ป้าของตนจึงตอบว่าเก็บไว้แล้วที่ตัว จนท.ทั้งสองจึงสั่งให้ป้าของตนนำเงินมาใส่ในถุง โดยอ้างว่าจะนำไปตรวจเบอร์แบงก์ เนื่องจากได้ทำการล่อซื้อยาไว้

          จากนั้น จนท.ทั้งหมดได้ขอเบอร์โทรศัพท์ของลุงไปด้วย  ซึ่งทราบต่อมาว่า จนท.ตำรวจชุดที่เข้ามาตรวจค้นในวันเกิดเหตุ ได้โทรศัพท์ติดต่อให้ลุงนำเงิน จำนวน 30,000 บาท ไปเคลียร์คดี ซึ่งทางลุงของตนจึงได้ให้สามีของตนนำเงิน จำนวน 30,000 บาท ไปให้  จากนั้นจึงพากันไปแจ้งความในข้อหาบุกรุกในยามวิกาล และลักทรัพย์กับทาง จนท.ตำรวจทั้งหมด ที่ สภ.เขาดิน อ.โพธาราม ซึ่งมาทราบภายหลังอีกว่า จนท.ตำรวจที่เข้าไปตรวจค้น เป็นจนท.ตำรวจชุดสืบสวน สภ.โพธาราม ไม่ใช่เป็นชุด จนท.ตำรวจ สภ.เขาดิน ที่รับผิดชอบ จึงทำให้คนในครอบครัวไม่พอใจ และจะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด  เพราะถือว่าทำเกินกว่าเหตุ และนำเงินของตนไปด้วย แต่ต่อมาเมื่อตนไปแจ้งความ ทางตำรวจได้ติดต่อนำเงินจำนวน 9,500 บาทมาคืนให้ โดยนำไปฝากไว้กับแม่ของตนเองที่อยู่ที่ ต.บ้านฆ้อง อ.โพธาราม  โดยแม่ของตนได้โทรศัพท์มาบอกภายหลังจากที่ได้แจ้งความไปแล้ว

          ด้านนายอดิศร  ทองมอญ  อายุ 21 ปี สามีของ น.ส.เอ  ได้บอกว่า วันเกิดเหตุนั้นตนออกไปธุระนอกบ้าน และมาทราบข่าวภายหลังจากที่ตำรวจกลับไปแล้ว  และทางลุงได้โทรมาบอกว่าให้หาเงิน จำนวน 30,000 บาท ไปเคลียร์คดี  ตนนั้นไม่อยากจะมีปัญหาจึงได้หยิบยืมเพื่อนเพื่อเอาไปให้  และมาทราบทีหลังว่าทางตำรวจยอมคืนเงินมาให้ทั้งหมด  หลังทราบว่าทางพวกตนไปแจ้งความที่ สภ.เขาดิน  แล้ว

          ด้าน พล.ต.ต.ปรัชญา  ประสานสุข  ผบก.ภ.จว.ราชบุรี  ได้เปิดเผยว่า หลังได้รับรายงานเรื่องทั้งหมด ได้ให้ทางพนักงานสอบสวน สภ.เขาดิน ได้ทำการเร่งรัดสอบสวนพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อจะได้ดำเนินคดี ส่วนตำรวจทั้ง 5 นาย ที่ได้เข้าไปในบ้านของผู้เสียหายนั้น ได้ให้มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจภูธร จ.ราชบุรี ซึ่งในเรื่องของคดี จะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ภาพ/ข่าว  สุจินต์ นฤภัย





ขับเคลื่อนโดย Blogger.