สถาบันกัญชา รับลูก อนุทิน จับคู่ ผู้ประกอบการ - วิสาหกิจชุมชน และ กศน. ต่อยอดองค์ความรู้ผู้ประกอบการ พร้อมเปิดครัวยิ้ม มีนาคม 64


ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีนโยบายพัฒนากัญชา กัญชงให้เป็นพืชเศรษฐกิจ โดยเริ่มดำเนินการในธุรกิจร้านอาหาร ให้ผู้ประกอบการที่มีความสนใจนำกัญชาไปปรุงอาหาร ทั้งนี้ได้ตั้งชื่อร้านอาหารที่มีกัญชาปรุงผสมว่า “ครัวยิ้ม” นั้น สถาบันกัญชาทางการแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายกัญชาทางการแพทย์ ซึ่งในปีที่ 2 นี้มีเป้าหมายที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้พืชกัญชาและกัญชง เป็นพืชเศรษฐกิจ การนำใบกัญชาไปปรุงในอาหารนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งอาหารไทยนั้นได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกอยู่แล้ว ว่ามีความอร่อย มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและสุขภาพ และเมื่อนำใบกัญชา ซึ่งเป็นพืชประจำถิ่น และเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมการปรุงอาหารของคนไทย  ประกอบกับปัจจุบันมีงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มขึ้นในการใช้กัญชาเพื่อสุขภาพ จึงน่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ โดยสถาบันกัญชาจะเป็นตัวกลางในการเชื่อมวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ เพื่อให้มีวัตถุดิบใบกัญชาที่มีคุณภาพ อย่างยั่งยืน 

นายแพทย์กิตติ โล่สุวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันกัญชาทางการแพทย์ กล่าวว่า  ต้องขอขอบคุณท่านรองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ริเริ่มโครงการครัวยิ้ม สถาบันกัญชาทางการแพทย์และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงรับลูกต่อเพื่อให้โครงการดังกล่าวยั่งยืน กล่าวคือ สถาบันกัญชาจะเปิดให้ผู้ประกอบการร้านอาหารที่สนใจ ต้องการนำใบกัญชาไปปรุง และผ่านการอบรมหลักสูตรการประกอบธุรกิจอาหารจากกัญชากัญชง ของกระทรวงศึกษาธิการที่ทำร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข มาลงทะเบียน  และสถาบันกัญชาทางการแพทย์จะจัดคู่และช่วยจัดหากัญชาและกัญชงจากผู้ปลูกที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายในพื้นที่ใกล้เคียงให้ โดยฐานข้อมูลผู้ปลูกที่สถาบันกัญชาทางการแพทย์ใช้จะนำมาจาก อย.จึงต้องขอบคุณอย.มา ณ ที่นี้ที่ช่วยต่อห่วงโซ่ธุรกิจให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น 

ด้านภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการ อย. ได้กล่าวเสริมถึงการสนับสนุนวัตถุดิบใบกัญชาให้ผู้ประกอบการว่า คณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นเลขานุการนั้น มีเจตนาที่จะให้วิสาหกิจชุมชนที่ปลูกกัญชาภายใต้การดูแลของภาครัฐ  ได้ใช้ประโยชน์จากส่วนของราก ใบ กิ่งก้าน ลำต้น เพื่อสร้างรายได้ การพิจารณาดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลวิชาการว่า ส่วนของใบ ราก กิ่งก้านลำต้นของกัญชาและกัญชง มีสารเมาหรือ THC ในปริมาณน้อย ดังนั้นเราจึงร่วมมือกับสถาบันกัญชาทางการแพทย์ทำให้เจตนารมณ์ของคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษเป็นจริง โดยจัดหาความต้องการ หรือ demand ที่มีอยู่จริง ปลูกแล้วมีแหล่งซื้อแน่นอน โดยการจับคู่ผู้ปลูกกับผู้ประกอบการจะทำทั้งกัญชาและกัญชง และทางสำนักสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน จะมาช่วยต่อยอดทำให้มีหลักสูตรที่มีมาตรกฐาน และเกิดการอบรมในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ โดยหลักสูตรจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธุ์ พร้อมอบรมมีนาคม 2564

สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารที่สนใจนำใบกัญชาไปปรุง ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรการประกอบธุรกิจอาหารจากกัญชาและกัญชงเสียก่อน จึงจะสามารถลงทะเบียนเพื่อให้สถาบันกัญชาทางการแพทย์จัดหาวัตถุดิบใบกัญชา กัญชงที่มีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมายให้ได้ที่หน้าเพจ สถาบันกัญชาทางการแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป






ข่าว อลงกรณ์ คุณกิตติมานนท์087-8789225ปราจีนบุรี


ขับเคลื่อนโดย Blogger.