ชลบุรี - กองทัพเรือ เตรียมพร้อมต้อนรับทหารใหม่กว่า 5 พันนาย ที่จะเข้ารายงานตัวที่สัตหีบเพื่อประจำการกองทัพเรือในภาวะระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่


ด้วยในการรายงานตัวของทหารกองเกินเข้ากองประจำการ ผลัด 3/63 ของกองทัพเรือ ในวันที่ 1-2 ก.พ.64 ที่จะมีถึงนี้ี้ เป็นการรับทหารใหม่ในห้วงเวลาที่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ ในการนี้ พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มีความห่วงใย ต้องการให้เกิดความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 แก่น้อง ๆ ทหารใหม่ หรือทหารกองเกินเข้ากองประจำการ ของกองทัพเรือ รวมทั้งไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดฯ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนและเพิ่มมาตรการให้มีความพร้อมในการรับมือด้วยมาตรการที่เข้มแข็งจริงจัง และในวันนี้ที่บรเิวณศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ทำการซ้อมเตรียมการและอธิบายให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสื่อมวลชนได้รับทราบในแนวทางปฏิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทหารใหม่และครอบครัว ในการเข้ามารับใช้ชาติในวันที่ 1 ก.พ.นี้ และในวันนี้ี พลเรือโท เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ พร้อมด้วย พลเรือโท วิชัย มนัสศิริวิทยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ และ พลเรือตรี ชัยวัฒน์ คุ้มทิม ผู้บัญชาการศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เดินทางมาตรวจเยี่ยมและรับทราบข้อมูลในส่วนต่างๆ ในครั้งนี้ด้วย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ซึ่งเป็นหน่วยรับทหารใหม่ ในการนี้ กรมแพทย์ทหารเรือ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ได้ร่วมกันเตรียมความพร้อม ทั้งในการปฏิบติที่จะรับทหารใหม่ และประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่น้อง ๆ ทหารใหม่ที่กำลังจะเข้ามารายงานตัวจำนวน 4,934 นาย ญาติพี่น้อง รวมทั้งการสร้างความเข้าใจแก่พี่น้องประชาชนโดยทั่วไปอีกด้วย ทั้งนี้ข้อสำคัญประการหนึ่งคือได้มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติตั้งเริ่มขึ้นรถในวันที่ 1 ก.พ.นี้ เดินทางมายังศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นแนวทางตามกรอบสาธารณสุข โดยมีกรมแพทย์ทหารเรือเป็นหน่วยกำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง ในการนี้ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินร่วม กับ กองเวชกรรมป้องกันกรมแพทย์ทหารเรือ ได้เตรียมขั้นตอนการปฏิบัติที่สำคัญ ๆ ไว้เป็นสถานี ดังนี้
สถานีที่ 1 จุดลงรถ เป็นสถานีรับส่งกำลังพลการปฏิบัติยานพาหนะทุกคันจะต้องมาจอดในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดเมื่อกำลังพลลงจากรถเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจวัดอุณหภูมิพร้อมกับฉีดพ่นเจแอลกอฮอล์ล้างมือ การวัดอุณหภูมิถ้าหากอุณหภูมิเกิน 37.5 จะมีการให้พักคอย 10 นาที จากนั้นจะทำการวัดอุณหภูมิอีกครั้งถ้าหากอุณหภูมิไม่เกิน 37.5 จะส่งไปยังสถานีพักคอยและประชาสัมพันธ์ต่อไปถ้าตรวจพบอุณหภูมิเกินกว่า 37.5 จะทำการส่งกำลังพลไปยังสถานีสอบสวนโรคเพื่อสอบสวนโรคโดยละเอียดทันที
สถานีที่ 2 จุดพักคอยและประชาสัมพันธ์ เป็นสถานีประชาสัมพันธ์และติดป้ายแจ้งเตือนตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) เพื่อให้กำลังพลได้รับทราบและมีการระมัดระวังการติดเชื้อมากยิ่งขึ้น การปฏิบัติมีจัดเก้าอี้ให้กำลังพลนั่งระยะห่างตามมาตการที่กำหนด พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของกองเวชกรรมกรมแพทย์ทหารเรือมาประชาสัมพันธ์ให้กำลังพลได้รับทราบถึงการปฏิบัติในการกรอกเอกสารคัดกรองโรคตามแบบฟอร์มที่ทางกรมแพทย์ทหารเรือกำหนดและมีการประชาสัมพันธ์การดำเนินการกรอกแบบฟอร์มเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นความจริงและถูกต้องมากที่สุด
สถานีที่ 3 จุดคัดกรองโรค เป็นสถานีซักประวัติการเดินทางของกำลังพลในห้วงเวลาที่ผ่านมา จากนั้นเข้าไปพบเจ้าหน้าที่เพื่อทำการสอบถามประวัติโดยละเอียดอีกครั้งถ้าหากซักถามประวัติและมีความเสี่ยงในการติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) จะทำการส่งกำลังพลไปยังจุดสอบสวนโรคต่อไป สำหรับกำลังพลที่ไม่มีความเสี่ยงจะดำเนินการส่งตัวไปยังจุดคัดกรองโรคติดต่อทั่วไป
สถานีที่ 4 จุดสอบสวนโรค เป็นสถานีที่ทำการตรวจสอบและซักประวัติโดยละเอียดเพื่อวินิจฉัยกำลังพลที่มีความเสี่ยงหรือมีความเสี่ยงสูงเพื่อคัดแยกออกจากกำลังพลกลุ่มทั่วไป ถ้าหากสรุปแล้วเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจะทำการส่งตัวแยกไปกักตัวที่ พัน.พ.กรม.สน.พล.นย. เพื่อดำเนินการตรวจสารคัดหลั่ง (SWAB) และรอผลตรวจพร้อมกักกันตัว 14 วัน
สถานีที่ 5 จุดเก็บสารคัดหลั่ง (SWAB) สถานีนี้ได้กำหนดให้ดำเนินการที่ พัน.พ.กรม.สน.พล.นย.(เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไปยังบุคคลอื่น) เป็นสถานีที่ทำการตรวจหาผลเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) เพื่อยืนยันว่ากำลังพลนั้นมีเชื้อหรือมีความเสี่ยงต่อไวรัสโคโรนา (COVID-19) หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ทุกนายต้องแต่งกายด้วยชุดที่มีความปลอดภัยสูงและต้องมีความละเอียดรอบคอบและระมัดระวังจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)
สถานีที่ 6 จุดคัดกรองโรคทั่วไป เป็นการคัดกรองโรคติดต่อที่พบในชุมชนทหารได้บ่อย เช่น วัณโรค ตับอักเสบ และ ผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องรับประทานยาเป็นประจำจะให้พบแพทย์เพื่อตรวจให้คำแนะนำและวางแผนการนัดติดตามรักษาอย่างต่อเนื่อง
สถานีที่ 7 ขนส่ง เป็นสถานีที่ทำการเคลื่อนย้ายกำลังพลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงและกลุ่มเฝ้าระวังไปยังพื้นที่ควบคุมรองรับกำลังพลที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นไวรัสโคโรนา (COVID-19) โดยได้กำหนดพื้นที่กลุ่มเสี่ยงสูงไว้ที่ พัน.พ.กรม.สน.พล.นย. พื้นที่กลุ่มเฝ้าระวังไว้ที่กองร้อยที่ 1 และ 5
สถานีที่ 8 ชุดทำลายเชื้อบนยานพาหนะ จะเป็นชุดที่จะทำความสะอาดเชื้อโรคบนยานพาหนะที่นำกำลังพลมารวมถึงจุดสัมผัสต่างๆ สำหรับยานพาหนะทุกคันที่วิ่งรับส่งกำลังพลให้มีความปลอดภัยสูงสุดหลังจากการดำเนินการเคลื่อนย้ายกำลังพล ชุดทำลายเชื้อโรคบนยานพาหนะทุกนายจะสวมชุดป้องกันใส่ถุงมือยางและจะเปลี่ยนถุงมือยางทุกครั้งหลังจากปฏิบัติงาน
ทั้ง 8 สถานนี หรือทั้ง 8 ขั้นตอนดังกล่าวนี้ ทางหน่วยได้เตรียมการไว้พร้อม ทั้งได้มีการซักซ้อมการปฏิบัติ เพื่อปรับและแก้ไขข้อบกพร่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ หน่วยฝึกได้ให้ความสำคัญในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ต่อจากวันรายงานตัวที่จะมีขึ้นอีกด้วย เช่น การจัดการฝึกที่เหมาะต่อการเฝ้าระวัง การแยกประเภทของทหารใหม่ตามภาวะเสี่ยง การแยกทหารใหม่ไปสู่กระบวนการตรวจหาเชื่อแบบเร่งด่วน การปฏิบัติเมื่อพบผู้คาดว่าอาจมีการติดเชื้อ เป็นต้น
และทั้งหมดนี้ กองทัพเรือ โดยหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กรมแพทย์ทหารเรือ ได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ตามภาพการแสดงความพร้อมในวันที่ 28 มกราคมนี้ เพื่อความมั่นใจของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งญาติมิตรของทหารกองเกินที่เข้ากองประจำการ ในครั้งนี้
ภาพข่าว : สมนึก เชื้อสนุก













 
ขับเคลื่อนโดย Blogger.