หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จัดกิจกรรม "งูเขียวหางไหม้" และ "เวคาข้ามอ่าว" น้อมรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ทรงมีต่อกองทัพเรือ


วันนี้ (3 ธ.ค.63) เวลา 16.00น.  พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นประธานจัดกิจกรรม “เทิดไว้เหนือเกล้าผองเราเหล่าราชนาวี” ในกิจกรรมย่อย "งูเขียวหางไหม้" และ "เวคาข้ามอ่าว" เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อกองทัพเรือ ณ อ่าวเตยงาม หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี


     สำหรับกิจกรรมย่อย "งูเขียวหางไหม้"  ย้อนไปเมื่อ วันที่ 27 มิถุนายน 2532 หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินได้ถวายการสาธิตการยกพลขึ้นบกให้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทอดพระเนตรการปฏิบัติการในทะเล ของกำลังทางเรือและกำลังรบยกพลขึ้นบก ของนาวิกโยธิน  ในชื่อ“ยุทธการงูเขียวหางไหม้” โดยทำการยกพลข้ามอ่าว จากอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มายังอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยกำลังพล 432 นาย และรถสะเทินน้ำสะเทินบกจำนวน 22 คัน

 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันล้นพ้นที่ทรงมีต่อหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน  กองทัพเรือจึงได้ จัดให้มีกิจกรรมย่อย ปฏิบัติการยกพลขึ้นบก "งูเขียวหางไหม้" ในกิจกรรม "เทิดไว้เหนือเกล้าผองเราเหล่าราชนาวี" เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระองค์  5 ธันวาคม 2563  ประกอบด้วย กำลังพล จำนวน 2,999 นาย รถสะเทินน้ำสะเทินบก จำนวน 9 คัน รวมทั้งมีการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์"มาร์ชราชนาวิกโยธิน" ซึ่งเป็นบทเพลงที่พระองค์พระราชทานโน๊ตเพลงพระราชนิพนธ์ให้เหล่าทหารนาวิกโยธินเมื่อวันที่28 มิถุนายน 2502 หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินจึงถือเอาวันดังกล่าวเป็น "วันทหารนาวิกโยธิน" ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา


    ในส่วนของกิจกรรม “เวคาข้ามอ่าว”  ที่จัดให้มีขึ้นในเวลา 18.00 น. มีความเป็นมา นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ปวงพสกนิกรใต้ร่มพระบารมีทั่วราชอาณาจักรต่างประจักษ์ชัดเจนในพระเกียรติคุณพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงทุ่มเทพระวรกายปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ 

 กีฬาเรือใบ เป็นอีกหนึ่ง ในพระอัจฉริยภาพ ของพระองค์ ทรงสนพระราชหฤทัย ในกีฬาเรือใบเป็นพิเศษ ทรงพระปรีชาสามารถ ในการต่อเรือใบด้วยพระองค์เอง อีกทั้งเป็นนักกีฬาเรือใบทีมชาติ ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อปี พุทธศักราช 2510 พระองค์ทรงได้รับรางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง ในการแข่งขันกีฬาดังกล่าว และอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ ที่ต้องจารึกไว้ เมื่อวันที่ 19 เมษายน พุทธศักราช 2509 ทรงเรือใบ ฝีพระหัตถ์ ประเภทโอเค ขนาด 13 ฟุต   ชื่อ  “เวคา” จากวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มายังหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พระองค์ทรงใช้พระวิริยะอุตสาหะ ในการทรงเรือใบ ฝ่าคลื่นลม ระยะทางกว่า 60 ไมล์ทะเล เพียงลำพังพระองค์เดียว ทรงใช้เวลา ในการแล่นใบรวม 17 ชั่วโมง เมื่อเสด็จถึง อ่าวเตยงาม ทรงฉลองพระองค์ ชุดทหารนาวิกโยธิน เสด็จนำธงราชนาวิกโยธิน มาปักไว้เหนือยอดก้อนหิน ที่ชายหาดของอ่าวเตยงาม ภายในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ ท่ามกลางข้าราชการ ทหาร และครอบครัว ตลอดจนพสกนิกชาวไทย ที่เฝ้ารอรับเสด็จ พระองค์ยังได้ทรงลงพระปรมาภิไธย บนแผ่นจารึกว่า “ณ ที่นี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จอมทัพไทย ได้ทรงเรือใบขนาด 13 ฟุต ด้วยพระองค์เอง พระองค์เดียว จากหัวหิน มาถึงสัตหีบ เมื่อวันที่ 19 เมษายน พุทธศักราช 2509 เริ่มเวลา 08.28 น. ถึงเวลา 21.28 น.”  โดยกิจกรรมประกอบด้วย พิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ  พิธี กล่าวรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พิธีจุดเทียนและยืนสงบนิ่ง พร้อมทั้งร่วมร้องเพลง“ความฝันอันสูงสุด โดยมีผู้ร่วมงานประมาณ 3,000 คน 

ภาพ/ข่าว  สมนึก เชื้อสนุก













ขับเคลื่อนโดย Blogger.