“บิ๊กป้อม”รองนายกรัฐมนตรีลั่นพัฒนาหนองเวียงหล่มให้แล้วเสร็จใน 3 ปี


ที่บริเวณภายในหอประชุมเฉลิมพระเกียรติหนองมโนราห์ ตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่เวียงหนองหล่ม อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โดยมี นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน, นายสมเกียรติ ประจำวงษ์  เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พร้อมด้วย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายบรรจง ยางยืน นายกเทศมนตรีตำบลจันจว้า ตลอดทั้ง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ตัวแทนเกษตรกร ประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ
          โดยการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้กรมชลประทานตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้เอง ได้มีการนำเสนอข้อมูลความเป็นมาของสภาพภูมิประเทศ สภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนาพื้นที่เวียงหนองหล่ม ซึ่งเป็นพื้นที่หนองน้ำขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นหนองน้ำบริเวณที่ลุ่มต่ำ มีพื้นที่ประมาณ  14,091 ไร่ เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ 7,666 ไร่ มีพื้นที่คาบเกี่ยว 2 อำเภอ 4 ตำบล ได้แก่ตำบลจันจว้า ตำบลจันจว้าใต้ ตำบลท่าข้าวเปลือก ของอำเภอแม่จัน และตำบลโยนก อำเภอเชียงแสน มีจำนวนครัวเรือน 10,008 ครัวเรือน ประชากร จำนวน 28,561 คน เดิมที่ในอดีตเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ มีความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพืช สัตว์น้ำ สัตว์บก และนกอีกหลายชนิดทั้งบริเวณนี้ได้มีหลักฐานทางโบราณคดีที่ชาวบ้านได้ขุดพบเป็นเศษซากทั้งข้าวของเครื่องใช้ พระพุทธรูป และเครื่องรางของขลัง กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณโดยรอบพื้นที่เวียงหนองหล่มแห่งนี้ ซึ่งตามตำนานและพงศาวดารได้ระบุว่า พื้นที่บริเวณเวียงหนองหล่มเคยเป็นเมืองโยนกนาคพันธุ์ และล่มสลายกลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 1003  แต่ปัจจุบัน หนองเวียงหล่มมีสภาพตื้นเขิน มีไมยราบยักษ์ขึ้นปกคลุมเวียงหนองหล่มจนไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่หากมีการพัฒนาขุดหลอกปรับปรุงให้เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่อันจะเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในด้านการขาดแคลนน้ำได้เป็นอย่างดี และเกิดการพัฒนาในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน
        ดังนั้น จังหวัดเชียงรายจึงได้พยายามผลักดันการพัฒนาเวียงหนองหล่มให้เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ในการกักเก็บน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และเป็นแหล่งน้ำสนับสนุนการทำเกษตรกรรม ตลอดจนเป็นแหล่งประมง และมีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านโบราณสถาน และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์     โดยเมีแผนพัฒนาแบบบูรณาการจังหวัดเชียงราย กระทรวงทรัพยากรฯ รมชลประทานและเทศบาลตำบลจันจว้า เพื่อพัฒนาพื้นที่รอบๆครอบคลุม 4 ด้าน ประกอบด้วย การขุดหลอกตะกอนดิน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการพัฒนาแหล่งเพาะพันธุ์ปลา ตลอดทั้ง การพัฒนาเป็นแหล่งพักน้ำ โดยมีการผันน้ำจากแม่น้ำกก แม่น้ำคำ มายังเวียงหนองหล่ม อำเภอแม่จันไปยังหนองหลวง อำเภอเวียงชัย และส่งต่อยังหนองฮ่าง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ลงสู่หนองเล็งทราย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา และลงสู่กว๊านพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำอิง ไหลลงสู่อำเภอดอกคำใต้ อำเภอภูกามยาว อำเภอจุน จังหวัดพะเยา และไหลต่อไปยังอำเภอป่าแดด อำเภอเทิง อำเภอขุนตาล อำเภอพญาเม็งราย จนไหลลงไปสู่แม่น้ำโขงที่บริเวณอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

     ดังนั้น ถ้ามีการพัฒนาโครงการดังกล่าวจะส่งผลให้ประชาชนมีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ตลอดทั้งภาคการเกษตร จำนวนประมาณ 300,000 ครัวเรือน ประชากร 1.2 ล้านคน พื้นที่ได้รับประโยชน์ทางการเกษตร จำนวน 1.78 ล้านไร่ จะส่งผลต่อภาพรวมในการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา ใช้งบประมาณในการดำเนินการในครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท เป็นแผนงานโครงการในระยะที่ 1 ที่สามารถดำเนินการได้ทันที งบประมาณ 1,740 ล้านบาท และดำเนินการในระยะที่ 2 งบประมาณ จำนวน 1,260 ล้านบาท

     พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ให้ทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องรีบเร่งดำเนินโครงการบูรณาการแผนงานร่วมกันโดยด่วน และขอให้ดำเนินการเสร็จโดยเร็วภายใน 3 ปี ให้แล้วเสร็จ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่จะใช้ประโยชน์รวมกัน เพื่อกระจายความเจริญสู่ชนบทและสร้างการพัฒนาอย่างเท่าเทียมให้แก่ประชาชนและทรัพยากร ตลอดทั้ง ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืนต่อไป

จักรภัทร แสนภูธร รายงาน มณ ภัทรทองศักดิ์ ถ่ายภาพ







ขับเคลื่อนโดย Blogger.