ชลบุรี - ปัญหาระดับประเทศ ผู้ใช้ถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ร้อง รถติดยาวกว่า 2 กิโลเมตรนานกว่า 2 ชั่วโมง

  

วันที่ 11 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณถนนสายคู่ขนาน (3611) และถนนมอเตอร์เวย์ สาย 7 บริเวณ ป.ศิริยนต์โฟล์คลิฟท์-ด่านชั่งน้ำหนักหนองขาม และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บ่อยางล่าง หมู่ 9 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องการจราจรบริเวณดังกล่าวอย่างหนักในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เนื่องจากมีการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก เดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวก จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่า การจราจรบริเวณที่ได้รับแจ้งจากประชาชนมานั้นมีความติดขัดเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ทางลงแยกคู่ขนาน-วัดหนองขาม ยาวไปจนถึงถนนสาย 9 กิโล ตำบลสุรศักดิ์ และบนถนนสายมอเตอร์เวย์สาย 7 ฝั่งขาเข้าชลบุรี ตั้งแต่ บริเวณทางออกมอเตอร์เวย์เข้าถนนคู่ขนาน ป.ศิริยนต์โฟล์คลิฟท์-ด่านชั่งน้ำหนักหนองขาม มีการจราจรที่ติดขัดเป็นอย่างมาก เป็นระยะทางมากกว่าสามกิโลเมตร จากถนน 4 เลน สามารถวิ่งได้เพียง 1 เลนเท่านั้น โดยสภาพการจราจรดังกล่าวจะติดขัดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ตั้งแต่เวลาประมาณ 07.30 น.-10.00 น. รถที่สัญจรผ่านไปมาจะเคลื่อนตัวไปได้ช้า เนื่องจากมีรถบรรทุกเทนเลอร์ใช้เส้นทางนี้กันเป็นจำนวนมาก


จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจาก รถเทนเลอร์ที่ออกมาจากท่าเรือแหลมฉบังแล้วจะกลับเข้าไปยังลานตู้สินค้าที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ริมถนนสายคู่ขนานมอเตอร์เวย์สาย 7 หรือจะต้องออกจากถนนมอเตอร์เวย์สู่ถนนสายคู่ขนานนั้น จะต้องมาออกกันเส้นทางนี้ ก่อนจะเข้าด่านเก็บเงินมอเตอร์เวย์หนองขาม ซึ่งจะต้องไปบรรจบกับรถเทนเลอร์และรถของประชาชนที่วิ่งอยู่บนถนนสายคู่ขนานที่มีถนนให้วิ่งอยู่เพียง 2 เลน ทำให้รถที่อยู่บนถนนสายมอเตอร์เวย์ที่มี 4 เลนมีรถเทนเลอร์สะสมจนใช้งานได้เพียง 1 เลนขวาสุดเท่านั้น ทำให้มีปริมาณรถที่ติดขัดมากกว่า 3 กิโลเมตร ส่วนทางคู่ขนานที่มีถนนเพียงสองเลนก็จะติดขัดจากรถที่รอเลี้ยวเข้าสู่ลานตู้และรถที่จอดอยู่ข้างถนนเพื่อจะเข้าลานตู้นั้นอีก ทำให้การจราจรช่วงนั้นยิ่งติดขัดมากขึ้นไปอีก ซึ่งพบอีกว่าถนนทางเลี้ยวเข้าสู่ลานตู้นั้นไม่สร้างให้สอดคล้องกับรถเทนเลอร์ที่จะเลี้ยวเข้าซอย ทำให้รถเทนเลอร์จะต้องตีวงเลี้ยวกว้างถึงสองเลนก่อนเข้าไปในซอย บรรจบกับรถเทนเลอร์ที่จะออกจากซอยเพื่อเลี้ยวสู่ถนนคู่ขนานจะต้องรอให้รถเทนเลอร์เลี้ยวเข้าเข้าออกได้เพียงครั้งละ 1 คันเท่านั้น ทำให้ประชาชนที่ใช้รถส่วนตัวหรือรถเล็กจะต้องเลี่ยงเข้าซอยภายในหมู่บ้าน หรือชุมชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวแทนที่ถนนสายหลัก ซึ่งบางครั้งทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันจนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วก็มี  ซึ่งเหตุการณ์การจราจรที่ติดขัดเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยแก้ไขอย่างเร่งด่วนด้วย


โดยผู้ใช้รถใช้ถนนรายหนึ่ง (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) เปิดเผยว่า ตนเองใช้เส้นทางสายนี้อยู่เป็นประจำ ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องการเดินทาง ต้องเสียเวลาเป็นอย่างมาก ก็อยากวอนหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องการจราจรบนถนนสายนี้ ช่วยลงมาแก้ไขอย่างเร่งด่วนด้วย ทั้งเรื่องการจราจรที่ติดขัด เรื่องการสัญจรผ่านไปมา ซึ่งทำให้การจราจรในถนนสายคู่ขนานและถนนมอเตอร์เวย์ติดขัดยาวนับ 2-3 กิโลเมตรเลยทีเดียว


ด้านประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) เปิดเผยว่า จากปริมาณรถที่ติดอยู่บริเวณถนนสายคู่ขนานนั้นทำให้รถบางส่วนเลี่ยงหันมาใช้ถนนภายในหมู่บ้าน ซึ่งส่วนมากจะเป็นเวลาในชั่วโมงเร่งด่วนช่วงเช้าและช่วงเย็น ตั้งแต่บริเวณแยกเคอรี่ แยกบ่อยาง และจุดทางออกถนนสายมอเตอร์เวย์เข้าสู่ถนนคู่ขนานที่รถเทนเลอร์จะใช้เลี้ยวกันแล้วเลี้ยวไม่สะดวก เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ ทำให้รถติดยาวเป็นกิโล บางครั้งเวลาไปส่งนักเรียนจะต้องเลี่ยงไปใช้อีกเส้นทางหนึ่ง เส้นทางหลักใช้ไม่ได้เพราะรถจะติดกันยาวมาก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล แก้ไข ปรับปรุงให้ดีขึ้น บางครั้งประชาชนจะใช้รถใช้ถนนไปทำงานก็จะลำบาก ซึ่งมีทั้งรถยนต์ทุกชนิดโดยเฉพาะรถหัวลาก รถเทนเลอร์ก็จะมีมากหน่อย  บางครั้งรถที่ติดอยู่บนถนนใหญ่ก็จะเลี่ยงเข้ามาใช้ถนนภายในหมู่บ้าน ทำให้การจราจรในหมู่บ้านดูวุ่นวาย บางครั้งรถเทนเลอร์หรือรถใหญ่ ๆ เข้ามาในหมู่บ้านก็กลัวจะไปเกี่ยวสายไฟฟ้าทำให้เกิดความเสียหายได้ ส่วนรถเล็กเราก็เห็นใจที่ต้องมาใช้เส้นทางในหมู่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด

ส่วนแยกบ่อยางล่างก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาเวนคืน ขยายปากทางเข้าออกให้มีความกว้างมากขึ้น ให้รองรับกับรถเทนเลอร์ที่เข้าออกในซอยนี้สามารถตีวงเข้าออกได้อย่างสะดวก เนื่องจากในปัจจุบันเวลารถเทนเลอร์ที่เลี้ยวเข้าออกต้องตีวงกว้างกินถนนถึงสองเลน ทำให้รถที่ใช้เส้นทางดังกล่าวต้องจอดรอทำให้เกิดการจราจรติดขัดมากขึ้นไปอีก



เสียงสัมภาษณ์ : ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน


สุรศักดิ์ ศรีนันทวงค์/ถ่ายภาพ

ยืนยงค์ ยินดีทรง/รายงาน

ขับเคลื่อนโดย Blogger.