เมืองปากน้ำโพ​ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ รณรงค์กิจกรรม “วันไข่โลก (World Egg Day 2020)”


ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ (แม่และเด็ก)​ นายแพทย์​ชัยวัฒน์​อภิวันทนา​ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ(แม่และเด็ก)​ เป็นประธานเปิดกิจกรรม​รณรงค์​ในวันไข่โลก​ World Egg​ Day​ 2020​ กินไข่ได้อารมณ์ เหมาะสมทุกวัย

พญ.ศรินนา  แสงอรุณ  ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ เปิดเผยว่า “วันไข่โลก (World Egg Day)” ริเริ่มโดย “คณะกรรมาธิการไข่นานาชาติ” หรือ “International Egg Commission” มีสมาชิกทั่วโลกกว่า 80 ประเทศ พร้อมทั้งกำหนดให้ทุกวันศุกร์ที่สองของเดือนตุลาคม เป็นวันไข่โลก ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 9 ตุลาคม 2563 ทางศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ จึงจัดกิจกรรมรณรงค์บริเวณอาคารผู้ป่วยนอก รพ.ส่งเสริมสุขภาพ (แม่และเด็ก)  จากข้อมูลสถานการณ์การผลิตและการตลาดไข่ไก่ ประจำเดือนมิถุนายน 2563  จัดทำโดยกลุ่มวิจัยเศรษฐกิจการปศุสัตว์  พบว่าสถิติอัตราการบริโภคไข่ของคนไทยในปี 2563 อยู่ที่ 226 ฟองต่อคนต่อปี เพิ่มมากขึ้นกว่าปี 2562 ที่ 221 ฟองต่อคนต่อปี  แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายการบริโภคไข่ไก่ของคนไทยไว้ที่ 300 ฟองต่อคนต่อปี “ไข่” เป็นอาหารประเภทโปรตีนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของทุกกลุ่มวัย และยังเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายที่อยู่คู่ครัวไทยมาเป็นเวลานาน  สามารถนำไข่มาดัดแปลงเป็นอาหารที่หลากหลายเมนู อีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อสัตว์ประเภทอื่นๆ โดย ไข่ไก่ 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี มีโปรตีน 7 กรัม และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต และการทำงานของระบบประสาท กระตุ้นการทำงานของสมอง เสริมสมาธิ และความจำ ที่สำคัญ เช่น เลซิธินในไข่แดงยังเป็นสารตั้งต้น ของสารสื่อประสาท ช่วยบำรุงประสาท ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ โคลีน ช่วยเพิ่มความจำ และระบบไหลเวียนของเลือด ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ลูทีน และซีแซนทีน ป้องกันจอรับภาพเสื่อมสภาพ ช่วยบำรุงสายตา โฟเลต มีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง สังกะสี ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย การขาดสังกะสีทำให้เตี้ยและแคระแกรน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง วิตามินบี1 บี2 บี6 และ บี12 ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี ช่วยให้ไขมันแตกตัวเป็นอนุภาพเล็กๆ และไหลเวียนไปกับกระแสเลือด ป้องกันการจับตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด โดยสารอาหารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ให้เด็ก และเยาวชนได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงช่วยบำรุงสมองในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุอีกด้วย


    ด้าน นพ.ชัยวัฒน์  อภิวันทนา  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ (แม่และเด็ก) กล่าวว่า       กรมอนามัยให้คำแนะนำสำหรับปริมาณไข่ที่เหมาะสมในการบริโภคสำหรับคนแต่ละช่วงวัย ดังนี้ เด็กทารกตั้งแต่อายุ 6 เดือน เริ่มให้ไข่ต้มสุก ½-1 ฟอง ผสมกับข้าวบด ในครั้งแรกควรให้ปริมาณน้อยๆ แล้วค่อยเพิ่มปริมาณ เด็กอายุ 7-12 เดือน ให้กินไข่ต้มสุกวันละ ½-1 ฟอง เด็กวัยก่อนเรียน อายุ 1-5 ปี เด็กวัยเรียน หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร กลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี ไม่มีปัญหาไขมันในเลือดสุง สามารถกินไข่ได้วันละ 1 ฟอง ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง สามารถกินไข่ได้ 3 ฟอง ต่อสัปดาห์ และต้องดูแลการบริโภคอาหารอยย่างอื่นร่วมด้วย เลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง หรือตามคำแนะนำของแพทย์ และไม่แนะนำให้กินไข่ดิบ เพราะไข่ดิบอาจจะเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ (Salmonella) ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้มีไข้ ท้องเสีย ย่อยยาก และร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามินไปใช้ประโยชน์ได้


ภาพ/ข่าว  0619525644











ขับเคลื่อนโดย Blogger.