ชาวนาเชียงรายลั่น 20 ต.ค.ชุมนุมใหญ่หากรัฐไม่พยุงราคาข้าว


ห้องประชุมเวียงกาหลง ศาลากลาง จ.เชียงราย กลุ่มเกษตรกรจากสภาเกษตรกร จ.เชียงราย นำโดยนายธีธวัช คำเงิน ประธานสภาเกษตรกร จ.เชียงราย และเครือข่าย ได้พากันไปยื่นหนังสือต่อจังหวัดเชียงราย ให้ทางจังหวัดแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตข้าวตกต่ำโดยตัวแทนสำนักงานพาณิชย์ และ พ.อ.พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จ.เชียงราย  เดินทางมารับหนังสือที่เกษตรกรทวงถามไปยังรัฐบาลเรื่องการจะประกันราคาข้าวในฤดูเก็บเกี่ยวปี 2563-2564  ทั้งขอให้รัฐช่วยเหลือในการพยุงราคาข้าวเหนียวและข้าวจ้าวความชื้นไม่เกิน 25%  ขั้นต่ำกิโลกรัมละ 10 บาท เนื่องจากในปัจจุบันราคาได้ลดลงอย่างมากเหลือเพียงกิโลกรัมละเพียง 6 บาท  ซึ่งโรงสีและผู้ประกอบการต่างพากันกดราคารับซื้อราคาเดียวกันหมด

นายธีธวัช กล่าวว่าปัจจุบันราคาข้าวตกต่ำลงจึงขอให้ทางจังหวัดในฐานะประธานกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และพาณิชย์จังหวัดได้ประสานกับทั้ง 4 จังหวัดหรือ 8 จังหวัดภาคเหนือให้ร่วมกันต่อรองกับผู้ประกอบการค้าข้าวให้มีการรับซื้อในราคาที่สูงกว่านี้ และอยากให้หน่วยงานอื่นๆ สนับสนุนเกษตรกรให้มากขึ้น เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) 

ขณะที่ นายกฤษณะ คำปุก ผู้แทนเกษตรกรระดับตำบล อ.พาน กล่าวว่าปัจจุบันชาวนามีต้นทุนในการทำนาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 6 บาท ดังนั้นเมื่อโรงสีกดราคารับซื้อในราคา 6 บาท ชาวนาก็มีแต่ขาดทุน  เมื่อย้อนกลับไป สัปดาห์กราคาข้าวโรงสีรับซื้อในกิโลกรัมละ 14 บาท แค่ผ่านไปเพียง 1 สัปดาห์ราคาลดฮวบลงเหลือเพียง 6 บาท ยิ่งมีข่าวลือว่าราคาข่าวจะลดต่ำลงอีกทำให้ชาวนาเร่งเก็บเกี่ยว เพื่อนำไปขายทำให้ฉุดราคาลดลงต่อเนื่อง  ซึ่งพบว่าปัจจุบันชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวไปแล้ว 20% ของพื้นที่เพาะปลูกข้าวรวมทั้งจังหวัดเชียงรายประมาณ 1,253,098 ไร่ จึงอยากให้ทางภาครัฐและเครือข่ายเข้าช่วยเหลือชาวนาก่อนชาวนาจะขาดทุนย่อยยับ  ทั้งนี้พวกเราจะรอคำตอบการช่วยเหลือจนถึงวันที่ 20 ต.ค.นี้ หากยังไม่แก้ไขตามที่เรียกร้อง เกษตรกรจะออกมาชุมนุมใหญ่แน่นอน

สำนักงานพาณิชย์ จ.เชียงราย กล่าวว่าได้ชี้แจงกับตัวแทนเกษตรผู้ปลูกข้าวแล้วว่าจะนำข้อเรียกร้องของเกษตรกรไปหารือกับ ผู้ประกอบการโรงสี ผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวและสหกรณ์ต่างๆ ได้ร่วมในการแก้ไขปัญหาราคา ฯลฯ  ในวันที่ 14 ต.ค.นี้      

พ.อ.พักตร์พงษ์ รับปากว่ากรณีการกีดกันไม่ให้มีผู้ประกอบการรับซื้อข้าวนอกพื้นที่เข้ามาซื้อนั้นเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามให้ พร้อม ยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆให้เสร็จก่อนวันที่ 20 ต.ค.นี้

รายงานข่าวแจ้งว่าเชียงรายปลูกข้าวเป็นอันดับที่ 19 ของประเทศไทยและมากที่สุดในภาคเหนือตอนบน โดยแต่ละปีจะให้ผลผลิตประมาณ 740,000 ตัน สร้างรายได้เข้าจังหวัดประมาณ 7,000 ล้านบาททีเดียว                                 






ภาพ/ข่าว จักรภัทร แสนภูธร  รายงาน รมณ ภัทรทองศักดิ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.