ชลบุรี - วิหารหลวงพ่อดำ วัดช่องแสมสาร ผู้คนยังแห่เดินทางขึ้นสักการะหลังทำบุญในช่วงเช้า

**ที่วิหารหลวงพ่อดำ เขาเจดีย์ วัดช่องแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ประชาชนจากหลายๆ แห่งที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่อำเภอสัตหีบ และชาวสัตหีบ ยังคงเดินทางขึ้นเขาเพื่อกราบไหว้สักการะองค์หลวงพ่อดำ พระพุทธรูปศักดิสิทธิอย่างไม่ขาดสาย เนื่องจากวันนี้เป็นวันเขาพรรษา และเป็นวันหยุดติดต่อกันหลายวัน และทางวัดช่องแสมสารก็ยังมีมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ คือทุกคนที่เข้ามายังวิหารหลวงพ่อดำ จะต้องสวมหน้ากากป้องกันทุกคน และล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้ตามจุดต่างๆ ทั่วบริเวณวิหาร หากใครที่ไม่มีทางวิหารได้จัดเตรียมหน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรคไว้ให้ฟรี ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาด ตามดำริของ พระครูวิสารทสุตากร เจ้าคณะตำบลพลูตาหลวง เจ้าอาวาสวัดช่องแสมสาร



**พระสัมพุทธมหามุนีศรีคุณาศุภนิมิต หรือ "หลวงพ่อดำ" วัดช่องแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นพระพุทธปฏิมากรศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่ง ซึ่งชาวประมงฝั่งตะวันออก เลื่อมใสศรัทธา ทุกครั้งที่ออกทะเลมักจะไปนมัสการและขอพร ชาวประมงทุกคนจะกลับมาโดยสวัสดิภาพ มีโชคได้สินทรัพย์จากทะเลเป็นกอบเป็นกำ
 
**ตำนานหลวงพ่อดำ ระบุว่า เมื่อปีพุทธศักราช 2501 "หลวงพ่อดำรง คุณาสโภ" ได้เดินทางจาก จ.สุพรรณบุรี มาปักกลด ณ บริเวณพระเจดีย์เก่าบนเขาของวัดช่องแสมสาร หลวงพ่อดำรง ได้เล่าให้ญาติโยมที่ไปกราบนมัสการให้ฟังว่า ท่านจำพรรษาอยู่วัดเขาขึ้น อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี สาเหตุที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ เพราะได้ฝันว่า เทพยดาองค์หนึ่งบอกให้ไปสร้างพระพุทธรูปไว้ใกล้ๆ พระเจดีย์เก่าองค์หนึ่ง บนเขาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก "ในภายภาคหน้า พระประธานองค์นี้จะกลายเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีประชาชนให้ความเคารพนับถือเดินทางมากราบไหว้กันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากบริเวณแห่งนี้มีความเหมาะสมที่จะบูรณะให้กลายเป็น แหล่งรักษาศีลและความสงบให้กับชาวพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก..."




**หลวงพ่อดำรง ได้ออกเดินทางจากวัดเขาขึ้น กว่าจะถึงวัดช่องแสมสารเป็นเวลาหลายวัน เพราะท่านเดินทางถึงหมู่บ้านติดทะเลที่ใดก็จะแวะดูเรื่อยไป จนถึงบ้านช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี คือ สถานที่ท่านปักกลดอยู่นี้ เป็นสถานที่มีภูมิทัศน์ตรงกับสภาพที่ท่านนิมิตฝัน ท่านจึงชักชวนญาติโยม ช่วยกันบริจาควัสดุในการสร้างพระพุทธปฏิมากร ซึ่งได้รับศรัทธาร่วมมือด้วยดี ในสมัยนั้นยังไม่มีทางรถยนต์ จึงจำเป็นต้องใช้แรงงานคนแบกขนวัสดุขึ้นไป การสร้างใช้เวลาสร้างประมาณ 2 ปี จึงแล้วเสร็จและ ทารักสีดำ ตั้งเป็นสง่าอยู่กลางแจ้ง โดยไม่มีหลังคาคลุมแต่อย่างใด ชาวบ้านชาวเรือและผู้พบเห็น จึงเรียกว่าหลวงพ่อดำกันจนติดปาก ทั้งๆ ที่ตอนสร้างเสร็จท่านได้ถวายนามว่า "พระสัมพุทธมหามุนีศรีคุณาศุภนิมิต" ซึ่งตอนท้ายมีความหมายระบุว่า เป็นพระที่เกิดจากความฝันดี

**หลังจากสร้างเสร็จประมาณ 1 เดือน ได้จัดงานฉลองพระและประกอบพิธีเบิกพระเนตร ในครั้งนั้นได้มีการผูกหุ่นฟาง 2 หุ่น เพื่อเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อดำ หลังจากเสร็จพิธีก็เผาหุ่นฟาง หลวงพ่อดำ ได้ตั้งตากแดดอยู่กลางแจ้งเป็นเวลาถึง 10 ปีเศษ จนมีชาวประมงจากจังหวัดสมุทรปราการแล่นเรือผ่านมาเห็นหลวงพ่อดำตากแดด จึงบนขอพรว่าออกเรือเที่ยวนี้ขอให้ได้ 200,000 บาท จะมาทำหลังคาให้ ปรากฏว่าได้ดังคำขอ จึงเอาเงินมาฝากให้นายเจริญ ทิศาบดี ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยทำหลังคา แต่ไม่มีฝา เมื่อฝนตกก็สาดเปียก ต่อมาชาวประมงอีกรายผ่านมา ก็บนหลวงพ่อดำอีก ขอให้จับปลาได้เยอะๆ จะมากั้นฝาให้ ปรากฏว่าได้สมหวังก็เอาเงินมาฝากผู้ใหญ่ให้ช่วยทำต่อไป สภาพวิหารหลวงพ่อดำในขณะนั้น จึงเป็นเพียงมีหลังคาและฝาไม้สามด้าน มีชาวบ้านและชาวเรือต่างขึ้นไปนมัสการกราบไหว้ เป็นจำนวนมาก และมักประสบผลสำเร็จ



**หลังจากสิบปีผ่านไป สภาพของวิหารชำรุดทรุดโทรมจนใช้งานไม่ได้ นายเสน่ห์ พิทักษ์กร สมาชิกสภาจังหวัดชลบุรี ได้ร่วมมือกับพระครูวิสารทสุตากร เจ้าอาวาส พร้อมชาวบ้าน ร่วมกันสร้างเป็นวิหารจตุรมุข ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง และมีภาพปูนปั้นเรื่องราวพุทธประวัติ ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน ครั้นสร้างเสร็จ ได้ทำพิธีเปิดวิหารอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๒ ในแต่ละวันมีประชาชนเดินทางไปนมัสการขอบน และแก้บนสิ่งสมปรารถนาโดยมิได้ขาด เรื่องราวพุทธานุภาพปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อดำมีมาก จากคำบอกเล่าของผู้คนที่มาแก้บนแต่ละวัน จะเข้าสักการะแก้บนด้วยไข่ต้มและพวงมาลัยดอกไม้สด ตามความเชื่อว่าหลวงพ่อดำคุ้มครองรักษาให้ปลอดภัย และได้โชคลาภสิ่งที่สมปรารถนาไม่ขาดสาย จนหลวงพ่อดำที่ทารักสีดำ กลายเป็นหลวงพ่อดำสีทองเหลืองอร่ามไปทั่วทั้งองค์ในปัจจุบัน

**การเดินทาง ใช้ถนนสุขุมวิทหรือมอเตอร์เวย์ (ทางหลวงหมายเลข 7) ถึงนาเกลือ เบี่ยงเข้าทางหลวงหมายเลข 36 ถึงบางละมุงใช้ทางหลวงหมายเลข 331 ข้ามแยกถนนสุขุมวิทเข้าทางหลวงหมายเลข 3126 จะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าบ้านแสมสาร หรือใช้ถนนสุขุมวิทมาจนถึงอำเภอสัตหีบ เลยไปจนถึงทางแยกทางหลวงหมายเลข 3126 เลี้ยวขวาแล้วตรงไปจะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าบ้านแสมสาร

ภาพ/ข่าว สมนึก เชื้อสนุก ข่าวรอบรั้วภูธร/ทีวี 13 สยามไทย
ขับเคลื่อนโดย Blogger.