ไทย-เมียนมา หารือกำหนดนโยบายเข้ม เตรียมพร้อมเพื่อนำเสนอเปิดด่าน


ไทย-เมียนมา หารือกำหนดนโยบายเข้ม เตรียมพร้อมเพื่อนำเสนอเปิดด่าน
เผยมีการหารือเพื่อหาแนวทางกำหนดนโยบาย ในการเตรียมพร้อมเพื่อนำเสนอ การเปิดด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย-จ.ท่าขี้เหล็ก โดยพิจารณา มาตรการจํากัดคนเมียนมาเข้ามาไทยได้วันละไม่เกิน 5,000 คน,จํากัดพื้นที่เดินทางเข้ามาแค่ อ.แม่สาย เท่านั้น,จำกัดเดินทางเข้ามาได้พียง 1 วัน และอาจกําหนดเวลาปิดด่านใหม่เป็น 18.00 น.พร้อมมาตรการสวมแมส และมีเจลแอลกอฮอล์ประจำด่าน พร้อมเครื่องตรวจอุณหภูมิมาตรฐานสูง ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะนำไปเสนอต่อผู้บริหารในจังหวัดของตน และหากเห็นพ้องจึงจะนัดหารือร่วมทุกฝ่ายอีกครั้งเร็วๆนี้ ปชช.อย่าเพิ่งแตกตื่นข่าวลือ ให้ติดตามข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 24 ก.ค.นี้ มีรายงานว่า มีการหารือเพื่อหาแนวทางกำหนดนโยบาย ในการเตรียมพร้อมเพื่อนำเสนอ การเปิดด่านพรมแดน ที่ห้องประชุมโรงแรมแม่โขงเดลตา บูติค อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมี นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอแม่สาย, ผู้กํากับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย,เจ้าหน้าที่ TBC ฝ่ายไทย และ น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย และ ประธานหอการค้า อ.แม่สาย ส่วนเจ้าหน้าที่ฝ่าย สหภาพเมียนมา ได้แก่ นาย HTUN HTUN NAING หัวหน้าตรวจคนเข้าเมืองท่าขี้เหล็ก
ในการประชุม ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ตระหนักถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ไวรัสโควิด-19 ซึ่งทําให้ทั้ง 2 ประเทศ ต้องปิดด่านพรมแดน ปิดการสัญจรข้ามแดนระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการค้าขายระหว่างชายแดนอย่างมาก เศรษฐกิจซบเซาลงอย่างหนัก เนื่องจากสถิติในเดือน ม.ค.-ก.พ.63 มีผู้เดินทางผ่านด่านแดน อ.แม่สาย ราว 6 แสน-8 แสนคนต่อเดือน ทำให้รายได้ภาคธุรกิจ ร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร รายได้หายไปเดือนละราว 800 ล้านบาท
ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อยู่
โดยหากรัฐบาลไทยมีประกาศให้ เปิดพรมแดนสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 แล้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย และฝ่ายเมียนมา มีความ พร้อมทั้งด้านบุคคลากรและอุปกรณ์
แต่อาจจําเป็นต้องมีการกําหนดมาตรการในการเดินทางข้ามแดนใน รูปแบบใหม่ โดย บุคคลเดินทางต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกคน เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร เจ้าหน้าที่ มีการจัดเจลแอลกอฮอล์ ประจําจุดตรวจอย่างเพียงพอ พร้อมที่ตรวจวัดอุณหภูมิ
และทางฝ่ายไทยจะเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กําหนดมาตรการในการเดินทางข้ามแดน ดังนี้
1. มาตรการจํากัดจํานวนคน โดยจะอนุญาตให้คนสัญชาติเมียนมาเดินทางเข้ามาได้วันละไม่เกิน จํานวน 5,000 คน เนื่องจากต้องมาการคัดกรองสัมภาษณ์ของเจ้าหน้าด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ รวมทั้ง เพื่อลดความแออัดในการสัญจรข้ามแดน
2. มาตรการจํากัดพื้นที่ โดยจะอนุญาตให้คนสัญชาติเมียนมาเดินทางเข้ามาและอยู่ในเฉพาะพื้นที่ อ.แม่สาย ห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่ อ.แม่สาย
3.มาตรการจํากัดเวลาโดยจะอนุญาตให้คนสัญชาติเมียนมาเดินทางเข้ามาได้พียง 1 วัน และจะต้อง เดินทางกลับออกไปภายในวันเดียวกัน (อาจกําหนดเวลาปิดด่านใหม่เป็น 18.00 น.)
ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวยังต้องให้แต่ละฝ่ายนำเสนอต่อผู้บริหารในแต่ละฝ่าย เช่นจังหวัดเชียงราย เสนอต่อ ผู้ว่าราชกหารจังหวัดเชียงราย หากเห็นพ้องตรงกันจะมีการนัดประชุมหารือกันอีกครั้ง และเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ทหาร สาธารณสุข ตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร ฝ่ายปกครอง ฯลฯ มาประชุมกันอีกครั้งจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนจึงจะเสนอต่อรัฐบาล และ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(Covid-19) หรือ ศบค.เพื่อกำหนดวันเวลาในการเปิดด่านพรมแดนต่อไป
น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย และ ประธานหอการค้า อ.แม่สาย กล่าวว่า ยังมีอีกหลายขั้นตอนในการพิจารณาเปิดด่าน ประชาชนอย่าเพิ่งแตกตื่นหลงเชื่อข่าวลือที่ว่าจะมีการเปิดด่านในทันทีทันใด เพราะยังไม่มีการประชุมถึงขั้นนั้น ต้องผ่านขั้นตอนพิจารณาที่รอบคอบก่อน ให้ติดตามข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น
การจะเดินทางข้ามพรมแดนของชาวเมียนมา ในอดีตมีปริมาณมากถึง 20,000 คนต่อวันเป็นอย่างน้อย ซึ่งหากให้ผ่านเข้ามาวันละ 5,000 คน ควรจะต้องมีเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิแบบมาตรฐานอัตโนมัติ และต้องตรวจวัดทุกคน ซึ่ง ด่านบางแห่งเสนอข้ามแดนในระยะแรกแค่วันละ 1,000 คน ก่อนเท่านั้น เพื่อดูว่าเจ้าหน้าที่จะมีความพร้อมในการคัดครองมากน้อยเพียงใด หากได้ผลเป็นที่น่าพอใจค่อยเพื่อปริมาณขึ้นตามความเหมาะสม ซึ่งความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะรายงานต่อไป
-----------------------------------------------------------------------
สราวุธ คำฟูบุตร-เชียงราย
ขับเคลื่อนโดย Blogger.