ชลบุรี - วัดสัตหีบ (หลวงพ่ออี๋) ยังคงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวพุทธ ประชาชนเดินทางเข้าทำบุญหลังมีมาตรการคลายล็อคระยะที่ 3

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดสัตหีบ (หลวงพ่ออี๋) ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี สาธุชนต่างเดินทางเข้าทำบุญ หลังจากที่มีการคลายล็อกเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แสดงให้เห็นถึงจิตใจของเราคนไทยชาวพุทธที่ยังมีความมั่นคงในหลักศีลธรรม และมีเมตตาศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้า ที่ช่วยขัดเกลาจิตใจให้เป็นคนดี มีความความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันและกัน ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีการผ่อนปรนของมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่ให้เดินทางและเปิดสถานที่ต่างๆ บางสถานที่ได้แล้วนั้น ทางวัดสัตหีบ ก็ยังมีมาตรการความปลอดภัยคือทุกคนที่เดินทางเข้ามาในวัดจะต้องใส่หน้ากากป้องกันเชื้อโรค และได้จัดตั้งจุดล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ไว้ตามที่ต่างๆ เพื่อช่วยป้องกันความปลอดภัยของประชาชนจากการแพร่เชื้อ จึงขอให้ประชาชนทุกคนที่เข้ามาในบริเวณวัดปฏิบัติตามมาตรการของวัดสัตหีบด้วย



วัดสัตหีบ หรือ วัดหลวงปู่อี๋ ตั้งอยู่ในตัวอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ด้านหลังวัดติดทะเล สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยหลวงพ่ออี๋ หรือ พระครูวรเวทมุนี เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นตั้งอยู่เลขที่ 333 หมู่ 1 ถนนชายทะเล ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยวัดถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ 2442 นายขำ และ นางเอียง ทองขำโยมบิดาและโยมมารดาของหลวงปู่ฯ ได้ขอพระราชทานที่ดินว่างเปล่าเป็นป่าไม้ที่ไม่มีเจ้าของ พระองค์ฯทรงอนุญาตให้สร้างวัดได้ ด้านเหนือติดทางเกวียน ด้านใต้ติดทะเลและด้านตะวันตกติดป่า ด้านตะวันออกติดที่ดินบ้านสัตหีบ 




วัดสัตหีบมีเจ้าอาวาสรูปแรกคือ หลวงพ่ออี๋ หรือ พระครูวรเวทมุนี เป็นพระมหาเถระที่มีศีลาจารวัตรอันงดงาม มากด้วยเมตตาธรรม เป็นพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ให้การสงเคราะห์แก่ผู้เดือดร้อน และผู้ที่เจ็บป่วยไข้ ด้วยยาแผนโบราณและเวทย์มนต์คาถาที่ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนมา ในส่วนสาธารณูปโภค ท่านได้สร้างโรงเรียนประชาบาลบั๊กเส็งขึ้นภายในวัดสัตหีบ ปัจจุบันย้ายไปอยู่ที่ถนนบ้านนา และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนบ้านสัตหีบ เพื่อให้การศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ้น หลวงพ่ออี๋ อดีตเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคตะวันออก มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของการปฎิบัติสมถะและวิปัสสนากัมมัฎฐาน ล่นระยะทางได้ จนเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อำเภอสัตหีบ เป็นเป้าหมายสำคัญของการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม และมีฐานทหารเรือ จึงถูกโจมตีอย่างหนัก แต่หลวงพ่ออี๋ ได้ออกมายืนบริกรรมคาถากลางลานวัด ปรากฏว่าทุกคนที่หนีมาหลบภัยในวัดสัตหีบ เป็นที่น่าแปลกใจอย่างมาก ลูกระเบิดที่เครื่องบินทิ้งลง มาได้ไปตกในทะเลหมด และมีคนเห็นว่า ปลัดขิกหลวงพ่ออี๋ ได้วิ่งไล่เครื่องบิน และไล่ลูกระเบิด ซึ่งวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม เช่น ปลักขิก ตะกรุด ผ้ายันต์ เสื้อยันต์สีแดง และสีขาว รูปถ่าย และเหรียญ เป็นต้น
นอกจากนี้ ได้มีคนเห็นว่า ได้เห็นหลวงพ่ออี๋ ไปบินฑบาตรที่อำเภอเมือง ชลบุรี ขณะที่นั่งรถประจำทางกลับสัตหีบ ปรากฏว่าเมื่อกลับมาถึงสัตหีบ เห็นหลวงพ่ออี๋ กลับมาจากบิณฑบาตเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ท่านไม่ได้ขึ้นรถโดยสารประจำทางคันเดียวกัน ต่อมาท่านได้เจ็บป่วยเป็นฝีที่ลำคอ ตั้งแต่เดือน มีนาคม 2489 แต่ท่านได้สนใจในการรักษา เพราะท่านสามารถระลึกชาติได้ว่า เมื่อชาติที่แล้วท่านได้ยิงกวางถูกที่ลำคอตาย ณ หนองไก่เตี้ยสัตหีบ กรรมจึงได้ตามมาสนอง ต้องการไม่ให้ผลกรรมติดตามไปในชาติอื่นๆ ให้จบสิ้นกันในชาตินี้ แล้วพอถึงวันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2489 ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีจอ เวลา 20.35 น. หลวงพ่ออี๋ท่านก็บอกให้พระที่นั่งเฝ้าพยาบาลแวดล้อมท่านอยู่ ช่วยประคองให้ท่านลุกขึ้นนั่ง แล้วสั่งไม่ให้ทุกคนแตะต้องตัวท่าน เสร็จแล้วท่านก็นั่งสมาธิตัวตรง เริ่มเข้าสมาธิ ชั่วครู่สิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง ทำให้ทุกคนตกใจกันสุดขีดคือ ไม้กระดานแผ่นหนึ่ง ซึ่งตั้งพิงฝาผนังภายในกุฏิและตั้งอย่างนั้นมานานแล้ว ก็ล้มโครมลงมาฟาดกับพื้น และกระจกแผ่นหนึ่งที่ติดกับบานประตูตู้ ห่างจากไม้กระดานหลายเมตร ก็กระเด็นหลุดออกมาแตกกระจายทั่วพื้น ทั้งพระและลูกศิษย์วัดที่คอยนั่งเฝ้าพยาบาลแวดล้อมท่านอยู่ตกใจมาก พอหายตกใจได้สติก็หันมาดูหลวงพ่ออี๋ ซึ่งตรงกับเวลา 21.05 น. ท่านก็นั่งสงบปราศจากลมหายใจเข้าออกเสียแล้ว ข่าวการการมรณภาพก็กระจายไปทั่วกิ่งอำเภอสัตหีบอย่างรวดเร็ว สิริรวมอายุของท่านได้ 82 ปี หลวงพ่อ แต่คนไทยสัมผัสได้ว่าท่านยังอยู่ เพราะบารมีของท่านยังปรากฏอยู่อย่างชัดเจนตราบเท่าทุกวันนี้

ภาพ/ข่าว สมนึก เชื้อสนุก ข่าวรอบรั้วภูธร/ทีวี13สยามไทย รายงาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.