ผช.ผบ.ตร.แถลงรวบอดีต รอง ผอ.วิทยาลัยเกษตร ร่วม 4 เกาหลี ค้ามนุษย์ข้ามชาติ

เมื่อเวลา 11.30 น.ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรังหวัดเชียงราย   พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผช.ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์พิทักษ์​เด็ก สตรี ครอบครัวและป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์​ สนง.ตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผบก.ภ.จ.ชร. พ.ต.อ.ภาสกร ณ พิกุล ผกก.สภ.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงรายและชุดจับกุมร่วมแถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ​ส่งไปยังสาธารณรัฐเกาหลี(เกาหลีใต้) โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2560  เมื่อ มีคนไทยที่ป็นถึงรองผู้อำนวยการวิทยาลัยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงรายร่วมกับชาวเกาหลี 4 คน หลอกนักศึกษา จำนวน 8 คนเป็นชายจำนวน 5 คนและหญิง 3 คนอายุตั้งแต่ 16-22 ปีในขณะนั้น ว่าจะพาไปฝึกประสบการณ์ฟาร์มเกษตรสมัยใหม่จำนวน 3 แห่ง ที่สาธารณรัฐเกาหลี เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อเป็นประโยชน์ฝนการปรับเทียบระดับการศึกษาและทำงานในอนาคต แต่เมื่อเดินทางไปสาธารณรัฐเกาหลี ปรากฎว่าเจ้าของฟาร์มชาวเกาหลีทั้ง 3 แห่ง ไม่ได้สอนงานให้กับนักศึกษาแต่กลับใช้ทำงานเสมือนแรงงานในงามซึ่งไม่ตรงกับสาขาที่เรียน  โดยให้ทำงานอย่างหนักสัปดาห์ละ 6 วันๆ 12 ชั่วโมง เช้าจดค่ำหรือดึกดื่นข้ามคืนก็มี  นักศึกษาบางคนใช้ให้ไปเป็นกรรมกรก่อสร้างโรงเรือนเกษตรบนที่สูงโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันความเสี่ยง  เจ้าของฟาร์มบางแห่งนำนักศึกษาไปทำงานฟาร์มอื่นเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยเป็นผู้รับเงินค่าแรงของนักศึกษาไป นักศึกษาทั้ง 8 คนต้องทนอยู่ในสภาวะจำยอมที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ทั้งไม่สามารถพูดคุยต่อรองกับเจ้าของฟาร์มได้เนื่องจากไม่รู้ภาษาเกาหลีและไร้ญาติที่อยู่ในเกาหลี เมื่อทนไม่ไหวจึงตัดสินใจยกเลิกการฝึกงานกับเจ้าของฟาร์มในเกาหลีแต่ถูกปฏิเสธ นักศึกษาทั้ง 8 คน จึงเล่าเรื่องความเดือดของพวกเขาที่ผ่านมาข้างต้นให้ รอง ผู้อำนวยการเจ้าของโครงการและชาวเกาหลีในไทยที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างวิทยาลัยฯกับทางเกาหลี ผ่านทางแอปปลิเคชั่นไลน์ทราบและขอความช่วยเหลือในการนำตัวนักศึกษาทั้ง 8 คนกลับไทยแต่ รอง ผอ.วิทยาลัยฯเจ้าของโครงการกลับพูดข่มขู่ว่ากลับไม่ได้ หากใครกลับก่อนกำหนดจะต้องชดใช้ความเสียหานตามที่ระบุไว้ในสัญญา  โดยนำสัญญาที่นักศึกษาและผู้ปกครองไปทำไว้ก่อนเดินทางมาเป็นเครื่องต่อรองและข้อผูกมัดอย่างไม่เป็นธรรม นักศึกษาจึงไปขอความช่วยเหลือจากสถานทูตไทยในเกาหลีจนสามารถช่วยเหลือนำตัวส่งทั้ง 8 คนกลับมาไทยได้ ก่อนนำเรื่องทั้งหมดไปร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงรายจนเป็นข่าวโด่งดัง ในปี พ.ศ.2560 และเรื่องกลับหายเงียบไป ในขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมหลักฐานทั้งประสานไปยังประเทศเกาหลีเพื่อสอสวนหาความจริงจนนำมาสู่การจับกุมตัว อดีตรองผู้อำนวยการวิทยาลัยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย ที่ก่อนหน้านั้นได้ย้ายไปอยู่จังหวัดกำแพงเพชร และกลับมาพักอยู่ที่ตำบลบ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายจับและนำมาสู่การจับกุม พร้อมกับผู้ประสานงานชาวเกาหลีที่พำนักในไทยอีก 1 คน ส่วนผู้ต้องหา 3 คน ได้ประสานกับทางการเกาหลีเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในไทยต่อไป


        พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผช.ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์พิทักษ์​เด็ก สตรี ครอบครัวและป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์​ สนง.ตำรวจแห่งชาติ  กล่าวว่า ในส่วนของคดีเรามีหลักฐานพยานที่พอเพียง จนสามารถจับกุมและลงโทษผู้ต้องหาได้และขอให้เป็นเยี่ยงอย่างในการแสดงหาผลประโยชน์จากการใช้แรงงานในรูปแบบการค้ามนุษย์โดยมีพฤติกรรมล่อลวงออกไปว่าจะให้ไปฝึกงานซึ่งนักศึกษาไทย คนไทยบางคนก็อยากไปเที่ยวต่างประเทศจึงหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อ จึงขอฝากเตือนไว้ว่าควรศึกษาข้อมูลดูให้ดี ซึ่งนักศึกษาชุดนี้ต้องไปทำงานวันละ 12 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 6 วัน ถือว่าหนักมาก ตอนไปทางกลุ่มขบวนการออกให้ 25,000 บาท เป็นค่าเดินทางไปต่อคนแต่เมื่อไปถึงที่เกาหลี ไปทำรายได้ตกเดือนละ 50,000 บาทต่อเดือน ซึ่งนักศึกษาทั้ง 8 คนไม่ได้เงินเลยจากการถูกหลอกลวงไปว่าให้ไปฝึกงานที่ถือว่าใช้กลอุบายหลอกหลวงล่อลวงนักศึกษาจนตกเป็นเหยื่อ เนื้อแท้คือนำไปใช้แรงงานเพื่อหาผลประโยชน์จากส่วนต่าง

จักรภัทร แสนภูธร รายงาน รมณ ภัทรทองศักดิ์ ถ่ายภาพ
ขับเคลื่อนโดย Blogger.