2604 แรงงานไทยแห่หนีข้ามแม่น้ำอย่างต่อเนื่อง หลังมาเลเซียขยายเวลาล็อกดาว

หลังจากทางรัฐบาลมาเลเซียขยายเวลาบังคับใช้มาตราการทางสังคมเพื่อควบคุมโรคโควิด-19 ต่ออีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ถึงวันที่ 12 พ.ค.นี้ ได้ส่งผลกระทบต่อแรงงานไทย ที่เดินทางข้ามแดนไปทำงานในมาเลเซีย ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เพราะเจ้าของธุรกิจมีรายได้ลดลงหรือต้องหยุดกิจการ ทำให้ต้องเลิกจ้างแรงงานไทย ส่งผลให้แรงงานทั้งหมดต้องกลับประเทศ บางรายไม่มีแม้เงิน เพราะนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง บางรายต้องใช้เงินเก็บทั้งหมด จ่ายค่านายหน้าเพื่อกลับมายังประเทศไทย

วันนี้ 26 เม.ย. พ.อ.เอกพล เลขนอก ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 (ผบ.ฉก.48) ร่วมกับ พ.อ.ศุภชัย สงสังข์ รอง ผบ.ชค.ปชด.  ร.ท.จิรัฎฐ์ บูรณัติ รองผบ.ร้อย ทพ.เชิงรุก ฉก.ทพ. 48 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ชุดปฏิบัติการณ์ เดินลาดตระเวนและซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณชุมชนบือเร็ง  ริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก แนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร หลังทราบเบาะแสมีแรงงานไทยที่ตกค้างอยู่ในรัฐต่างๆของประเทศมาเลเซียเป็นจำนวนมาก ก่อนเดินทางข้ามจากช่องทางข้ามธรรมชาติเพื่อเข้ามายังฝั่งประเทศไทย


ขณะลาดตะเวนพบคนไทยพยายามเดินข้ามแม่น้ำสุไหงโกลก เพื่อข้ามมายังประเทศไทย จึงได้จับกุมแรงงานทั้งหมด 25 คน หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำแรงงานไทยทั้งหมดมายังจุดคัดกรองด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก เพื่อเปรียบเทียบปรับคนละ 800 บาท ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่คนไทยกลุ่มนี้อาศัยอยู่มารับตัวที่ด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแต่ละจังหวัดจะทำการกักตัวเพื่อดูอาการ 14 วัน ตามศูนย์ Local Quarantine รองรับผู้ที่ต้องกักตัวเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของ COVID -19 ตามกระบวนการควบคุมโรคระบาดต่อไป อย่างไรก็ตามทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีหลบหนีเข้าเมือง

ด้านนาย ซูกิปลี มะศารี  ในแรงงานไทยที่ไปทำงาน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า แต่เมื่อวานยังไม่ได้กินข้าวเพิ่งจะมีโอกาสได้กินข้าวแรกหิวมากเพราะว่าออกมาจากกัวลาลัมเปอร์ตั้งแต่กลางคืนของเมื่อวานนี้ 25 เม.ย. แล้วก็ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีเงินติดตัวเลย ดีใจที่ได้กลับมาบ้าน(ประเทศไทย) ดีใจมากๆๆๆ


นายซุลกิปลี มะดารี เปิดเผยว่า ตนเองทำงานอยู่ที่ร้านอาหารในประเทศมาเลเซีย กว่า 10 ปี แต่หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของเชื่อไวรัสโควิด – 19 ก็ได้รับความเดือนร้อนเป็นอย่างมาก  ตนเองและเพื่อนๆจึงได้ตัดสินใจกลับมายังประเทศไทย โดยเลือกทางช่องทางธรรมชาติ หรือการข้ามผ่านลำน้ำโกลกมา เนื่องจากการข้ามมาด่านชายแดนมีปัญหา รู้ว่าข้ามมาทางช่องทางธรรมชาตินั้นผิดกฎหมาย แต่ตนเองและเพื่อนๆมีความต้องการอยากกลับบ้านมาก และตรงกับช่วงเดือนรอมฎอนอีกด้วย จึงตัดสินใจมา แต่ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะพอสมควร ซึ่งการเดินทางมาในครั้งนี้ค่อนข้างมีความยากลำบาก และหลายขั้นตอน และใช้ระยะเวลา รวมทั้งมีความกัลวว่าจะดนจับกุม  แต่พอได้เดินทางกลับมาเจอเจ้าหน้าที่จากทางประเทศไทย ทั้งทหาร ตำรวจ ก็ได้รับการดูแลอย่างดี ขั้นตนมีการตรวจวัดอุณภูมิของร่างกาย และรับประทานอาหาร ขอขอบคูณทางเจ้าหน้าที่ที่มาคอยแล ให้คำแนะนำเรื่องต่างๆ และฝากถึงเพื่อนๆที่ยังคงติดข้างที่ประเทศมาเลเซีย อย่ากังวลเรื่องการเดินทางกลับมา ขอแค่กลับมาให้เจอเจ้าหน้าที่ทางประเทศไทย และทำตามขั้นตอนของทางกฎหมายของเจ้าหน้าที่ก็เพียงพอแล้ว

ข่าว/แมะอานิง สะอะ จ.นราธิวาส
ขับเคลื่อนโดย Blogger.