พิจิตร-มาตรการเข้มโควิด19 ส่งผลเดินทางกลับบ้านสงกรานต์เงียบเหงาเอาจริงจับกุมฝ่าฝืนเคอร์ฟิว

วันที่ 13 เม.ย. 2563 นายสิริรัฐ  ชุมอุปการ  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร มอบหมายให้  นายณรงค์ศักดิ์  หอมมาลัย  ปลัดจังหวัดพิจิตร ลงพื้นที่กำกับติดตามการปฏิบัติในการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินของจังหวัดพิจิตร โดยตรวจเยี่ยมจุดแรกที่จุดตรวจโพธิ์ทอง และจุดตรวจวังทอง พื้นที่ของ ต.เนินมะกอก  ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อ ของ อ.บางมูลนาก – อ.ชุมแสง   จากนั้นแวะตรวจเยี่ยมที่ด่านของ อ.โพทะเล  และ จุดตรวจบนทางหลวงหมายเลข 117 ต.โพธิ์ไทรงาม อ.บึงนาราง และจุดสุดท้าย คือ บริเวณ  ถนนพิจิตร – สากเหล็ก สามแยกขุนเพ่ง ต.ปากทาง อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข – ตำรวจ – เจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร ( สห. ) จาก มทบ. 36 ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่คัดกรองและออกลาดตระเวนบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บนถนนทุกเส้นทาง ที่วันนี้ถือวันเป็นวันเข้าสุ่วันสงกรานต์  ถ้าโดยเหตุการณ์ปกติการจราจรจะคับคั่งไปด้วยยานพาหะนะและผู้คน ที่มุ่งหน้ากลับบ้าน จนทำให้การจราจรติดขัดและเกิดอุบัติเหตุขึ้นมากมาย แต่วันสงกรานต์ของปี 2563 นี้ บรรยากาศกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง บนถนนต่างๆแทบไม่มียานพาหะนะหรือพูดได้ว่า แทบจะไม่มีรถวิ่งอยู่บนถนนเลย ทั้งนี้เกิดจากโรคไวรัสโควิด 19 ที่ระบาดจนส่งผลให้ต้องประกาศ พรก.ฉุกเฉิน และมาตรการเคอร์ฟิว อีกทั้งส่วนราชการก็ขอร้อง ว่า ปีนี้ขอให้งดการเดินทางกลับบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 อีกด้วย

ในส่วนของการบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวที่ห้ามออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 22.00 น. -04.00 น. นั้น มีข้อมูลรายงานว่าตั้งแต่วันที่ 4-10 เม.ย. 2563 จังหวัดพิจิตรมีผู้ฝ่าฝืนและถูกดำเนินคดีตามพรก.ฉุกเฉินหรือเคอร์ฟิวแล้วดังนี้    อ.เมืองพิจิตร  จำนวน 6 ราย  อ.วชิรบารมี จำนวน 2 ราย     อ.โพทะเล  จำนวน 4  ราย      อ.บางมูลนาก  จำนวน 1 ราย     อ.สามง่ามจำนวน 1 ราย  รวมทั้งสิ้น 14   ราย  ซึ่งทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีถูกส่งฟ้องศาลแขวงจังหวัดพิจิตรในข้อหา ออกจากเคหะสถานในเวลาที่ห้าม ( ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกคำพิพากษาโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 5,000 บาท รอลงอาญา 1 ปี และหากไม่มีเงินชำระค้าปรับให้กักขังแทน ) 

ภาพ/ข่าว  สิทธิพจน์  พิจิตร
ขับเคลื่อนโดย Blogger.