คณะอนุกรรมการ สปสช.เขต 3 ประชุมอนุมัติแผนงานและขับเคลื่อนการทำงานหลักประกันสุขภาพ

วันที่ 13 มีนาคม 2563 รองศาสตราจารย์(พิเศษ) ดร.ปรีชา  เรืองจันทร์  ประธานคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพระดับเขตพื้นที่ เขต 3 นครสวรรค์  เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฯ  ณ โรงแรมพาราดิโซด์ เจเค โฮเทล อ.เมือง จ.นครสวรรค์
 ​รศ.(พิเศษ) ดร.ปรีชา  เรืองจันทร์  ได้กล่าวเปิดประชุมตามระเบียบวาระ โดยเริ่มจาก นายวิสุทธิ์ บุญญะโสภิต  รอง ผอ.สปสช.เขต 3 นครสวรรค์ ในฐานะเลขานุการ ได้ รายการผลการดำเนินการครั้งที่ 1/2563  โดยมีสาระสำคัญในเรื่องการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่าง อปสข. อคม.  และการทำงานกับกลไกที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะชุมชน หน่วยงาน และท้องถิ่นที่จะเข้ามาร่วมทำงานด้วยกันเป็นอย่างดี ซึ่งจะมีตัวชี้วัดในการขับเคลื่อนให้ชัดเจน
และยังได้เสนอเรื่องพิจารณา โดยขออนุมัติแผนขับเคลื่อนงานแม่และเด็ก งานผู้สูงอายุ ร่วมกันระหว่าง อปสข. กับ อคม.
​ส่วนวาระต่าง ๆ เรื่องพิจารณา ได้มีการขอนุมัติจ่ายชดเชยบริการทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า  1,500 กรัม ,  การขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อของจังหวัดพิจิตร จำนวน 3 แห่ง , การรับสมัครขึ้นทะเบียนหน่วยบริการฟอกเลือดในระบบหลักประกันสุขภาพ, การขออนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการ งบค่าบริการทางการแพทย์ที่เบิกจ่ายในลักษณะงบลงทุนของหน่วยบริการภาครัฐที่สังกัด สป.สธ. ในปีงบประมาณ 2562 ที่ผ่านมา  ในแต่ละวาระ จะนำเสนอโดยหัวหน้ากลุ่มงาน และ เจ้าหน้าที่รับผิดชอบกลุ่มงานต่าง ๆ 
ทั้งนี้คณะอนุกรรมการได้มีการนำเสนอและแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง  โดยย้ำเน้นให้หน่วยปฏิบัติ ต้องทำระเบียบและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด
 ​กลุ่มงาน สปสช.เขต 3 ยังได้เสนอเรื่องเพื่อให้ที่ประชุมรับทราบ ได้แก่
ร่างมติการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2563 เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2563 , สรุปข้อมูล ม.41 และการดำเนินงานเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำด้านสูติกรรม ปี 2563 ของเขต 3 นครสวรรค์ และแจ้งผลการขอหารือกรณีของบประมาณบริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคในชุมชนที่ใม่จ่ายให้กับกองทุนที่มีเงินคงเหลือเกินสองเท่ากลับมาบริหารจัดการที่ระดับเขต
 ​การประชุมแต่ละครั้ง   จะได้มีนำเสนอรายละเอียดต่าง ๆเข้ามาในที่ประชุม ไม่ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงรายการ  หรือจะอนุมัติการจัดสรรงบประมาณ  คณะอนุกรรมการฯ จะพิจารณาจากประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และต้องปฏิบัติตามระเบียบ นอกจากนี้ยังได้เร่งรัดติดตามให้ประชาชนเข้าถึงในหลักประกันสุขภาพ
ในส่วนของการป้องกันโรคระบาดโควิด ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้เงินจากกองทุนมาดำเนินการให้กับประชาชนได้ และอนุกรรมการยังได้ให้ความสำคัญในการป้องกันโรคระบาดโควิด-19 แก่บุคลากรทางการแพทย์ให้ทั่วถึงอีกด้วย




ภาพข่าวโดยอัมพณ จับศรทิพย์0619525644
ขับเคลื่อนโดย Blogger.