ศรีสะเกษ-ผู้ว่าฯศรีสะเกษพร้อมด้วยผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ลงพื้นที่ชายแดนสะงำประเมินติดตามสถานการณ์โควิด19 ย้ำยังไม่มีมาตรการปิดด่าน แต่เพิ่มความเข้มข้นการตรวจคนผ่านแดน

วันที่ 17 มีนาคม 2563 ที่ห้องประชุมหน่วยประสานงานชายแดนพื้นที่1 สำนักงานชายแดนไทยกัมพูชา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยพลตรี กิตติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เป็นประธาน ประชุมเข้มเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทยกัมพูชาเพื่อประเมินสถานการณ์ รับมือโคโรนาโควิด19 ในพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนที่มีประชาชนทั้ง 2 ประเทศข้ามไปมาหาสู่กัน เสี่ยงต่อการนำเชื้อโควิด 19 ระบาด ส่งผลกระทบต่อประชาชน สังคม การค้าขาย การท่องเที่ยว เพื่อการติดตามสถานการณ์แบบใกล้ชิด จึงเร่งระดมประเมินสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน
โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยพลตำรวจตรีสันติ เหล่าประทาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรศรีสะเกษ นายอรรถพล อรรรคบุตร นายอำเภอภูสิงห์  พันเอกจิรัฎ์ ช่วงฉ่ำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 นายแพทย์กิตติภูมิ จุฑาสมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอภูสิงห์ นายอัฑฒ์สุภัค ฉกรรจ์ศิลป์ หัวหน้าควบคุมโรค แพทย์ตรวจคนเข้าเมืองประจำด่านช่องสะงำ ดร.ปภพ วงศ์ขันธ์ สาธารณสุขอำเภอภูสิงห์  พันตำรวจโทปรีชา ประดิษฐ์ศิลป์  สารวัตรตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ  และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่ศุลกากร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไพรพัฒนาร่วมประชุม
นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า วันนี้ได้ออกตรวจเยี่ยมด่านถาวรช่องสะงำ ชายแดนที่ติดกับกัมพูชาจ.ศรีสะเกษ  ซึ่งที่ผ่านมาได้มีมาตรการ การผ่านแดนเข้าออกโดยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายร่วมกันทำงานเข้มงวดทุกมาตรการ ได้รับรายงานว่ายังไม่พบผู้ติดเชื้อ และวันนี้ได้มีการหารือกัน ให้เจ้าหน้าที่หน้าจุดผ่านแดนสะงำทำการตรวจเข้มบุคคลเข้าออก ด้วยการตรวจอย่างเข้มข้นด้วยเครื่องมือเทอร์โมแสกนขนาดใหญ่ หากมีไข้สูงมากกว่า 37.5 องศาเซลเซียสให้มีการตรวจซ้ำ กักกันตัวก่อนส่วนการที่ให้บุคคลเพื่อนบ้านข้ามแดนนั้น ย้ำเฉพาะผู้ป่วยหนักที่ไม่เกี่ยวกับโรคโควิด 19 เรื่องการปิดด่านยังไม่มีการปิดด่านแต่อย่างใดในตอนนี้ จึงขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางผ่านแดนได้ปฏิบัติตามมาตรการที่ส่วนราชการ คณะทำงาน ณ จุดนี้ที่ดำเนินการกำหนด ขอความร่วมมือร่วมกันเพื่อการสกัดยับยั้งโรคหรือหากไม่จำเป็นก็ไม่ควรเดินทางมาหรืองานที่มีกิจกรรมของคนหมู่มากควรลดหรืองดในกิจกรรมเหล่านั้น เพื่อสุ่มเสี่ยงให้น้อยที่สุด จึงขอความร่วมมือรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน


ภาพข่าวโดยทีมข่าวชายแดน / วสันต์ ดอกไม้ รายงาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.