นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่การตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ ตำบลบ้านแก่ง อำเภอเมือง และตำบลวังมหากร อำเภอท่าจะโกนครสวรรค์ เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบอุทกภัย ยืนยันรัฐบาลไม่ทิ้งประชาชน พร้อมช่วยเหลือเยียวยาครบทุกครัวเรือน. วันที่ 3 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะฯ ลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราววัดบ้านแก่ง ตำบลบ้านแก่ง อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีนายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ โดยนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปที่วัดบ้านแก่ง ตำบลบ้านแก่ง อำเภอเมืองนครสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลบ้านแก่ง และตำบลวัดไทรย์ เพื่อให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบและกลุ่มเปราะบาง จำนวน 400 ชุด. จากนั้น นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไทย พร้อมด้วยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ ตำบลวังมหากร อำเภอท่าจะโกนครสวรรค์ เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย . สำหรับภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนครวรรค์ พื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ระหว่างวันที่ 20 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 14 อำเภอ 92 ตำบล 514 หมู่บ้าน 17 ชุมชน 13,013 ครัวเรือน บ้าน 7,190 หลัง พื้นที่การเกษตร 110,194 ไร่ โดยในส่วนของพื้นที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ รับมวลน้ำจากอำเภอลาดยาว ทำให้เข้าท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ ในพื้นที่ตำบลบ้านแก่ง วัดไทรย์ นครสวรรค์ตก ปากน้ำโพ และตำบลตะเคียนเลื่อน โดยพื้นที่บริเวณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ. การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวทักทายและสอบถามความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุและผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมกล่าวว่า วันนี้ตั้งใจเดินทางมาที่จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อมาให้กำลังใจ รับฟัง และดูว่าพี่น้องมีอะไรขาดเหลือบ้าง รัฐบาลได้สั่งการระดมหน่วยงานมาร่วมกันดูแลพี่น้องประชาชน ทั้งการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว ให้มีความพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นที่นอน อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคน โดยรัฐบาลมีการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกันทุกเช้า เพื่อบริหารจัดการน้ำให้กระทบกับพี่น้องประชาชนน้อยที่สุด และยังให้ความสำคัญกับเรื่องการสื่อสารอย่างรวดเร็วแม่นยำ เพื่อให้ทุกท่านได้รับข้อมูล ที่ถูกต้อง และสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม. ขณะเดียวกัน รัฐบาลเปิดให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐได้ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคมเป็นต้นไป ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือยื่นคำร้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนสถานการณ์หลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องเฝ้าระวังฝนที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 4 ถึง 7 ตุลาคม ซึ่งอาจส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมได้รับผลกระทบเพิ่มเติม. อีกทั้งนายกรัฐมนตรีจึงกำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมทั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกล เรือ และอุปกรณ์ช่วยเหลือประชาชน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที. สำหรับสถานการณ์น้ำในจังหวัดนครสวรรค์ ขณะนี้ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ลุ่มต่ำ หลังระดับน้ำยังคงส่งผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่การเกษตรในหลายจุด ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำและติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์ช่วยเหลือประชาชน เพื่อรองรับสถานการณ์ฝนที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 4 ถึง 7 ตุลาคม โดยประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ควรติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น


