Header Ads

 


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ สิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และสิ่งของพระราชทานสำหรับเด็ก

                         ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอปัว จังหวัดน่าน  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายนุรักษ์ มาประณีต  องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ แก่ผู้ประสบภัยพิบัติ โดยให้นำสิ่งของพระราชทาน ของมูลนิธิ ราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พระราชทานให้ความช่วยเหลือพสกนิกรผู้ประสบภัยพิบัติ  ในพื้นที่จังหวัดน่าน 3 อำเภอ  ประกอบด้วย อำเภอปัว จำนวน  1,500 ครอบครัว อำเภอท่าวังผา จำนวน 1,000 ครอบครัว และอำเภอเวียงสา จำนวน 500 ครอบครัว   และมีของเด็กอีกจำนวน 150 ชุด     ทั้งนี้  เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ  เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัยในครั้งนี้  ราษฎรชาวจังหวัดน่าน ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้น           ที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบภัย     และขอพระราชทานพระราชวโรกาส ถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ภายใต้พระบารมีปกเกล้า             ปกกระหม่อม ให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีแก่ปวงพสกนิกรตลอดมาในช่วงวันที่ 18 – 22 สิงหาคม 2569 จังหวัดน่าน เกิดเหตุ อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนบนประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่มีกำลัง  ค่อนข้างแรงส่งผลให้มีกลุ่มเมฆฝนขนาดใหญ่ปะทะแนวเทือกเขาป่าต้นน้ำเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องและมีปริมาณฝนสะสมสูงในพื้นที่ต้นน้ำ ก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างอย่างรวดเร็ว ข้อมูลการตรวจวัดฝนในช่วง 3 วัน ก่อนเกิดเหตุพบว่า พื้นที่ต้นน้ำมีปริมาณฝนสะสมอยู่ในระดับวิกฤต โดยสถานีโรงเรียนบ้านปางยางตำบลภูคาอำเภอปัววัดปริมาณฝนสะสมได้สูงสุด 295 มิลลิเมตร และเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมเกิดฝนตกหนักอย่างฉับพลันที่สถานีลำน้ำขว้าง อำเภอปัว โดยวัดปริมาณฝนได้ถึง 96 มิลลิเมตร ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ส่งผลให้             เกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็วเข้าสู่พื้นที่ชุมชนขณะเดียวกัน ก่อนเกิดมวลน้ำระลอกใหญ่     ระดับน้ำในแม่น้ำน่านอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว โดยสถานี N.1 อำเภอเมืองน่าน มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งธรรมชาติ และสถานี N.13A อำเภอเวียงสา มีระดับน้ำสูงเกินตลิ่งถึง 1.99 เมตร ทำให้มีมวลน้ำสะสมจำนวนมาก และเพิ่มความรุนแรงของสถานการณ์     เมื่อมีน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำไหลลงมาเพิ่มเติม ลักษณะของเหตุการณ์จึงเป็น น้ำป่าไหลหลากฉับพลัน ที่เกิดขึ้นรวดเร็ว โดยเริ่มจากพื้นที่ต้นน้ำของอำเภอปัว และพื้นที่ใกล้เคียงก่อนมวลน้ำจะเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่อำเภอท่าวังผาอำเภอเมืองน่าน  และอำเภอเวียงสา ตามลำดับ ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมแม่น้ำ มีเวลารับมือและขนย้ายทรัพย์สินอย่างจำกัด ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สินพื้นที่ทางการเกษตร และสิ่งสาธารณประโยชน์ ราษฎรได้รับผลกระทบในด้านต่างๆเป็นวงกว้าง จังหวัดน่านได้เร่งสำรวจความเสียหาย และดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน สถานการณ์สาธารณภัย  เกิดฝนตกหนักน้ำท่วม และดินสไลด์ ในพื้นที่ 7 อำเภอ 42 ตำบล 356 หมู่บ้าน/ชุมชน (อ.ปัว, ท่าวังผา, ภูเพียง, สันติสุข, นาหมื่น, เวียงสา, เมืองน่าน)  ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 23,827 ครัวเรือน (67,129 คน)   มีผู้เสียชีวิต 3 ราย (เพศชาย)/ วันที่ 21 ส.ค.69 จำนวน 1 ราย (เพศชาย) ได้พลัดตกน้ำลำน้ำน่านเนื่องจากไปตัดกิ่งไม้บริเวณริมน้ำน่านเพื่อจะทำเป็นพื้นที่ตกเบ็ดหาปลา                                           จังหวัดน่าน จัดตั้ง ศูนย์พักพิงชั่วคราว  ยอดผู้เข้าพักในศูนย์พักพิงปัจจุบันรวมทั้งหมด 101 คน ดังนี้- อำเภอเวียงสา 11 คน (อบต.น้ำปั้ว 11 คน)- อำเภอปัว (วัดบ้านปรางค์ 18 คน/ร.ร.บ้านร้อง 7 คน/วัดป่าเหมือด 2 คน) - อำเภอเมืองน่าน (เทศบาลเมืองน่าน) 63 คน                               ในการนี้ จังหวัดน่าน ได้ดำเนินการให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน      และประชาชนจิตอาสาเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน   แก่ประชาชน รวมถึงวางแผนการบริหาร และแจกจ่ายถุงยังชีพ ตลอดจนการทำความสะอาดบ้านเรือน และสิ่งสาธารณะประโยชน์ ในส่วนการฟื้นฟูในระยะต่อไป  ต้องดำเนินควบคู่กับการเตรียมพร้อมรับภัยระลอกใหม่ โดยเฉพาะการแจ้งเตือนล่วงหน้า การเตรียมอพยพกลุ่มเปราะบาง การเฝ้าระวังพื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม การเตรียมเครื่องจักร เรือ กำลังพล และระบบสื่อสาร ให้พร้อมเข้าปฏิบัติการได้ทันที                          
ขับเคลื่อนโดย Blogger.