Header Ads

 


ท่านพระครูนิพัทธ์ สุธีราภรณ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอตาคลี เจ้าอาวาสวัดสว่างวงษ์ คณะกิจ จัดกิจกรรม ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สืบสานแนวพระราชดำริ

   เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 15 สิงหาคม 2569 ณ วัดสวนป่า หมู่ 6 บ้านโคกกระดี่ ตำบลตาคลี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ท่านพระครูนิพัทธ์ สุธีราภรณ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอตาคลี เจ้าอาวาสวัดสว่างวงษ์ คณะกิจ จัดกิจกรรม ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ บนแปลงนาสาธิตในพื้นที่กว่า 5 ไร่ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเกษตรและการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมกิจกรรม ดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการทำนาและการพึ่งพาตนเอง ตลอดจนปลูกฝังแนวคิดเรื่องความพอประมาณ การมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันในการดำรงชีวิต โดยใช้แปลงนาสาธิตเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน คณะครู อาจารย์ และประชาชนในพื้นที่ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเกษตร ตั้งแต่กระบวนการปลูกข้าวไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและการอนุรักษ์วิถีชีวิตเกษตรกรรมของชุมชนในการนี้ มี นาง วัชราภรณ์ แตงหมี ปลัดจังหวัดนครสวรรค์ นายรณกร เผ่าวิจารณ์ นายอำเภอเมืองนครสวรรค์ นายสุระบัณฑิต กันยานะ นายอำเภอตาคลี พร้อมด้วยคณะครู อาจารย์ นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันลงแปลงนา เรียนรู้ขั้นตอนการปลูกข้าว และร่วมกันสานต่อกิจกรรมการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความร่วมมือและความสามัคคีสำหรับกิจกรรม ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมการประกอบอาชีพและการพึ่งพาตนเองแล้ว ยังมุ่งสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนเห็นคุณค่าของผืนดิน อาชีพเกษตรกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชปณิธานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทั้งนี้ การจัดกิจกรรมยังถือเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างวัด หน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา และประชาชนในชุมชน ให้ร่วมกันขับเคลื่อนการเรียนรู้และพัฒนาพื้นที่ผ่านกิจกรรมด้านการเกษตร อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และสืบสานวิถีเกษตรกรรมให้คงอยู่คู่กับสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป
ขับเคลื่อนโดย Blogger.