เหนือ/นครสวรรค์สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์เริ่มขยายวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในตำบลทุ่งทอง อำเภอหนองบัว ได้รับความเสียหายแล้วกว่า 2,000 ไร่ หลังฝนทิ้งช่วงยาวนาน
เจ้าหน้าที่อำเภอหนองบัว ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ตำบลทุ่งทอง หลังได้รับรายงานว่าเกษตรกรจำนวนมากกำลังได้รับผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วงอย่างรุนแรงนายสันติ แสนศิริ ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลทุ่งทอง อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เริ่มเพาะปลูก ข้าวโพดในหลายพื้นที่แทบไม่ได้รับน้ำฝนอย่างเพียงพอ บางพื้นที่ไม่มีฝนตกเลย ส่วนพื้นที่ที่มีฝนตกก็มีปริมาณเพียงเล็กน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืช ส่งผลให้ข้าวโพดที่กำลังเจริญเติบโตได้รับผลกระทบอย่างหนักปัจจุบันข้าวโพดหลายแปลงมีอายุประมาณ 55-70 วัน ซึ่งอยู่ในระยะติดฝักและสร้างเมล็ด หากขาดน้ำจะทำให้เมล็ดเหี่ยวย่น แป้งสะสมไม่เต็มที่ ฝักลีบ และน้ำหนักผลผลิตลดลง ขณะที่ข้าวโพดอายุ 45-55 วัน ซึ่งอยู่ในระยะออกดอก หากขาดน้ำจะทำให้เกสรตัวผู้ฝ่อพร้อมกับการออกไหมของดอกตัวเมีย ส่งผลให้ผสมเกสรไม่ติดทำให้ผลผลิตลดลงอย่างมากนอกจากนี้ หลายแปลงเริ่มแสดงอาการเหี่ยวแห้ง ยืนต้นตาย ขณะที่บางแปลงลำต้นแคระแกร็น ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ สร้างความกังวลให้กับเกษตรกร เนื่องจากต้องลงทุนทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และค่าดูแลรักษา แต่กลับต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะสูญเสียผลผลิตจากการสำรวจล่าสุดพบว่าพื้นที่ได้รับผลกระทบกระจายอยู่ใน 7 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 1 ประมาณ 500 ไร่ หมู่ 3 ประมาณ 100 ไร่ หมู่ 4 ประมาณ 300 ไร่ หมู่ 5 ประมาณ 200 ไร่ หมู่ 6 ประมาณ 200 ไร่ หมู่ 7 ประมาณ 400 ไร่ และหมู่ 14 ประมาณ 300 ไร่ รวมพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 2,000 ไร่ทั้งนี้ อำเภอหนองบัวมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รวมกว่า 37,000 ไร่ โดยเฉพาะตำบลทุ่งทองมีพื้นที่ปลูกกว่า 14,435 ไร่ ของเกษตรกร 683 ราย หากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงยังคงยืดเยื้อต่อไป คาดว่าความเสียหายอาจขยายวงกว้างมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร รวมถึงผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของจังหวัดนครสวรรค์ในฤดูกาลผลิตปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้#อัมพณ จับศรทิพย์ ทีมข่าวท็อปนิวส์นครสวรรค์


